หน้าหลักโรงเรียนของคณะฯติดต่อคณะฯเกี่ยวกับคณะฯ

ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง ปี B

           บนฝั่งแม่น้ำจอร์แดน ท่านยอห์น แบปติสต์ ประกาศเรื่องการกลับใจสำหรับจะต้อนรับอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งกำลังจะมาถึง และพร้อมๆกับคนอื่นๆ พระเยซูเจ้าได้เสด็จลงไปในน้ำเพื่อรับพิธีล้างจากท่านยอห์น

           สำหรับพวกยิว พิธีล้างเป็นพิธีขอโทษพระเจ้าและเป็นพิธีใช้โทษบาป ดังนั้นผู้ที่เข้าไปรับพิธีล้าง จึงต้องทำการสารภาพบาปของตัวเอง แต่ว่าพิธีล้างที่พระเยซูเจ้าเข้าไปรับนั้น แทนที่จะเป็นพิธีขอโทษกลับเป็นการแสดงองค์ของพระบิดาและพระจิตซึ่งเป็นผู้ให้ความหมายที่แท้จริงของการรับพิธีล้างของพระเยซูเจ้า

           พระเยซูเจ้าได้รับการประกาศว่าเป็น “พระบุตรสุดที่รัก” และพระจิตได้เสด็จลงมายังพระองค์ ทั้งได้มอบหมายพระภารกิจ 3 ประการให้กับพระองค์ คือ พระภารกิจของประกาศก (= การประกาศข่าวของการช่วยให้รอดพ้น) พระภารกิจของสงฆ์ (= การเป็นยัญบูชาแต่เพียงอย่างเดียวที่สบพระทัยพระบิดาเจ้า) และพระภารกิจของกษัตริย์ (= การเป็นพระแมสซีอาห์ในฐานที่เป็นผู้ช่วยให้รอดพ้น)

           ผู้นิพนธ์พระวรสารต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าพิธีล้างของพระเยซูเจ้าคือ ศีลล้างบาปของ ประชากรใหม่ของพระเจ้า (= ของพระศาสนจักร)

           ในหนังสืออพยพกล่าวถึงประชากรของพระเจ้าซึ่งบัดนี้ได้เป็นอิสระและพลางเดินทางอพย พออกจากประเทศอียิปต์เพื่อไปรับใช้พระเจ้าและถวายบูชาแด่พระองค์ (อพย 4:22) พวกเขาเดินทางผ่านกำแพงน้ำสองข้างของทะเลแดงและเดินไปบนแนวทางที่แห้งข้ามแม่น้ำจอร์แดนอันเป็นรูปแบบของศีลล้างบาปของประชากรใหม่ของพระเยซูคริสตเจ้า

           ทุกวันนี้ พระศาสนจักรได้มีจิตสำนึกว่าชีวิตคริสตชนที่แท้จริง คือการเจริญชีวิตศีลล้างบาป ของตน นั่นก็คือ เราต้องเจริญชีวิตให้สอดคล้องกับรูปแบบของพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ผู้ได้สิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ

ข้อคิดวันฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง ปี B

           มก 1: 7-11 …พระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างจากยอห์นในแม่น้ำจอร์แดน ...พระจิตเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงมาจากฟากฟ้าว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”

           การรับพิธีล้างของพระเยซูเจ้าเตือนใจเราให้คิดถึงศีลล้างบาปที่เราแต่ละคนได้รับ ในพระศาสนจักร คริสตชนแต่ละคนอาจจะมีตำแห น่งหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่ว่าเมื่อเรายืนอยู่หน้าบัลลังก์ของพระผู้เจ้าในวันพิพากษา หน้าที่และตำแหน่งทั้งหลายทั้งปวง ก็คงจะไม่มีความสำคัญเท่าใดมากนัก เพราะ ศักดิ์ศรีของเราคริสตชนแต่ละคนจะอยู่ที่ว่าเราแต่ละคนได้เจริญชีวิตให้สอดคล้องกับพันธะแห่งศีลล้างบาปที่เราได้รับมากน้อยแค่ไหน

           พิธีโปรดศีลล้างบาปเป็นพิธีที่สง่างามและสร้างความประทับใจให้กับผู้รับโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งที่เป็นผู้ใหญ่และผู้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ในพิธีโปรดศีลล้างบาปนี้ ผู้รับจะได้รับชื่อแบบคริสตชนหรือที่เราเรียกว่าศาสนนาม และได้รับการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวของประชากรพระเจ้า เราจะได้ฟังบทภาวนาที่มีความไพเราะและมีความหมายอย่างยิ่งในเนื้อหา ผู้รับศีลล้างบาปจะได้รับเครื่องหมายแห่งกางเขนศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นเครื่องหมายแห่งความรักของพระคริสต์ที่มีต่อเขา มีการเทน้ำบนศีรษะของผู้รับศีลล้างบาป เนื่องจากน้ำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการทำให้สะอาด ผู้รับศีลล้ างบาปจะได้รับการทำให้สะอาดหมดจดจากบาปด้วยน้ำแห่งศีลล้างบาป แต่ที่สำคัญก็คือ ศีลล้างบาปเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต เพราะในศีลล้างบาป เราจะได้มีส่วนในชีวิตอมตะของพระเจ้า

           ในพิธีโปรดศีลล้างบาป ผู้รับจะได้รับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับที่นักกีฬานวด ตัวและกล้ามเนื้อด้วยน้ำมันก่อนที่จะออกไปแข่งขันต่อสู้ ผู้รับศีลล้างบาปที่ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็พร้อมที่จะออกไปต่อสู้กับความชั่วร้ายในโลก ในฐานะที่เป็นตัวแทนขององค์พระคริสต์ในโลก

           พิธีมอบเสื้อขาวให้กับผู้รับศีลล้างบาป เป็นสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีของความเป็นคริสตชน ส่วนเทียนที่จุดส่องแสงสว่าง หมายถึงแสงสว่างอันล้ำค่าของความเชื่อ เพราะพระเจ้าได้ทรงเรียกเข าให้ออกจากความมืด ให้เข้าสู่ความสว่างอันน่าพิศวงแห่งพระบุตรของพระองค์

           สิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับพระเยซูเจ้าในการรับพิธีล้างจากท่านยอห์น แบปติสต์ ก็ได้เกิดขึ้นกับผู้รับศี ลล้างบาปเช่นเดียวกัน ต่อไปนี้ พระเจ้าจะทรงเรียกชื่อเขาทีละคน พระองค์จะทรงตรัสกับพวกเขาทีละคนว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปานของเรา” และพระจิตเจ้าจะเสด็จลงมายังเขา เ พื่อช่วยเขาให้เจริญชีวิตเยี่ยงคริสตชนคือเป็นชนของพระคริสต์ และให้เขามีส่วนร่วมในพันธกิจของพระเยซูเจ้า

           การรับศีลล้างบาป คือการทำให้เหมือนพระคริสตเจ้า และสิ่งนี้มิใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้รับแบบอัตโนมัติและภายในวันเดียว การเป็นคริส ตชนจะเจริญเติบโตจนถึงขั้นสมบูรณ์นั้น เป็นงานที่คริสตชนแต่ละคนจะต้องพัฒนาตลอดทั้งชีวิต

           เรามักจะฉลองวันเกิดกันอย่างฟุ่มเฟือย เราคริสตชนควรจะมาเริ่มต้นฉลองวันที่เราได้รับศีลล้างบาป เพราะเป็นวันที่เราได้เกิดใหม่เป็ นบุตรของพระเจ้า ทุกๆครั้ง เวลาที่เราเข้าวัดและจุ่มน้ำเสกทำสำคัญกางเขน ก็ควรจะต้องทำให้เราคิดถึงการรับศีลล้างบาปของเรา พลางทำ ความตั้งใจว่าจะเจริญชีวิตให้สอดคล้องกับพันธะแห่งศีลล้างบาปนี้ คือเจริญชีวิตเป็นศิษย์ของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างแท้จริง


ศีลล้างบาปของคริสตชน

พระเยซูเจ้าได้ทรงใช้ชีวิตประมาณ ๓๐ ปีที่นาซาแร็ธ
ทำไมพระองค์จึงต้องรอนานขนาดนั้น
หรือว่าพระองค์เพียงแต่รอคอยให้วันเวลา
ค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆ ๓๐ ปี
กระแสเรียกที่จะให้คนใดคนหนึ่งเป็นอะไร...ทำอะไรนั้น...
ต้องการช่วงเวลาพอสมควรสำหรับการฝึกอบรม
ส่วนจะใช้เวลายาวหรือสั้น
ก็สุดแล้วแต่ความสำคัญของกระแสเรียกนั้น
ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งที่จะค่อยๆหล่อหลอมปั้นแต่ง
อุปนิสัยใจคอและทำให้เขาเป็นสิ่งที่ต้องเป็นนั้น
ต้องใช้เวลา
พระเยซูเจ้าได้ทรงเจริญชีวิตมนุษย์แบบที่เราทุกๆคน
ใช้กันอยู่โดยทั่วๆไป
พระองค์ได้เริ่มใช้ชีวิตของพระองค์อย่างเงียบๆ
แต่ก็เจริญวัยขึ้นในพระปรีชาญาณและพระหรรษทานของพระเจ้า
ก่อนที่พระองค์จะทรงเริ่มเทศน์สอนให้กับคนอื่น
ช่วงเวลา ๓๐ ปี นับว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน
แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เจริญวัยขึ้นสู่วุฒิภาวะ
เป็นวุฒิภาวะหรือการเรียกให้รับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์
อันเป็นวุฒิภาวะที่สุกงอมแล้วสำหรับกระแสเรียกของพระองค์
มนุษย์เราต้องการการเรียนรู้เรื่องความอดทน
จากการเฝ้าดูธรรมชาติ
ธรรมชาติเองก็มีเวลาของมัน
ผลของต้นไม้ที่ขาดขั้นตอนแต่เพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง
ผลไม้ผลนั้นก็คงจะไม่มีวันบรรลุถึงความสุกงอมที่แท้จริงได้
พระเยซูเจ้าต้องใช้เวลาถึง ๓๐ ปี
เพื่อจะเจริญวัยและบรรลุถึงวุฒิภาวะและความสุกงอม
จนเป็นมนุษย์สมบูรณ์และบุตรที่แท้จริงของพระเจ้า

ขอพระเจ้า
โปรดประทานความอดทนและพละกำลังให้กับเรา
เพื่อจะหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ที่พระองค์ได้ทรงหว่านลงในตัวเรา
ณ วันที่เราได้เกิดใหม่ในชีวิตวิญญาณด้วยศีลล้างบาป
ให้บังเกิดผล่ที่สุกงอม
เหมือนกับชีวิตของพระเยซูเจ้า
 

หน้าหลัก