หน้าหลักเกี่ยวกับคณะฯโรงเรียนของคณะฯติดต่อคณะฯ

           วันตรุษจีนนั้น มีพิธีกรรม และร่องรอยของประเพณีเป็นมานานกว่าศตวรรษ แต่ไม่อาจจะบอกได้ว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และวันตรุษจีนเป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, อาหาร, เสื้อผ้า และสิ่งของต่างๆ การทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่ เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน ตั้งแต่ชั้นบนยันชั้นล่าง (บน ล่าง กลาง เท๊า อ้าว! เลี๊ยบตุ่ยนี่หว่า) หน้าบ้าน ท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึง การกวาดเอาโชคร้ายออกไป และประตูหน้าต่างมีการทำความสะอาด ประดับประดาด้วยกระดาษ ที่มีคำอวยพรอย่าง เช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย รุ่งเรือง และอายุยืน เป็นต้น

           วันก่อนวันตรุษจีนนั้นเป็นวันแห่งการการรอคอย จะว่าไปถือเป็นวันที่น่าตื่นเต้นมากที่สุด จะได้เห็นประเพณี และพิธีกรรมต่างๆนั้นผูก
ไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างกัน เช่น

          กุ้ง หมายถึง เพื่อชีวิตที่รุ่งเรือง และมีความสุข

          เป๋าฮื้อแห้ง หมายถึง เพิ่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี

          สลัดปลาสด หมายถึง เพื่อนำมาซึ่งโชคดี

          จี้ไช่ (ผมเทวดา-สาร่ายดูคล้ายเส้นผม) หมายถึง เพื่อความร่ำรวยรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัว

           และเป็นธรรมดาเสื้อผ้าที่ใส่ "สีแดง" (ชุดแดงต้องแรงไว้ก่อน เพลงนะครับเพลง) ถือเป็นสีที่เป็นมงคล เป็นการไล่ปีศาจร้ายให้ออก
ไป (การใส่สีดำ หรือสีขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์) หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนถึงเช้าวัน
ใหม่ และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดี สำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงใตแต่ละปี

           "อังเปา" ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดง เป็นการให้เงินให้ทองเด็ก และผู้เยาว์ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง  การฉลองวันตรุษจีนสิ้นสุด ลงในงานแสดงโคมไฟ แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การอวยพร ความสงบร่มรื่น และมี ความสุข ความสุข ความสุข ทุกคน

           ในวันฉลองตรุษจีน อาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆ อาหารจะถูกจัดเตรียม เพื่อญาติพี่น้อง  เพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้
เสียไปแล้ว ในวันตรุษจีนครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่ เรียกว่า "ไช่" มีความหมายที่เป็น มงคล เช่น

           เม็ดบัว - การมีลูกหลานที่เป็นชาย

           เกาลัด - การมีเงินทองมากมาย

           สาหร่ายดำ - การมีความร่ำรวยที่ยั่งยืน

           เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง - การมีเต็มอิ่มด้วยความร่ำรวย และมีความสุข (เต้าหู้ที่ทำจาก ถั่วสดจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้ เนื่องจากสีขาว ซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่ หมายถึง การไว้ทุกข์)

           หน่อไม้ - การให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข

           ปลาทั้งตัว - เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบรูณ์

           เส้นหมี่ - เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

           ทางตอนใต้ของจีนอาหารที่นิยมที่สุด และทานมากที่สุด ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์

           ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ และความร่ำรวยรุ่งเรือง

           ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบ หรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล และมีความหมายเป็นนัย และคำว่า "สี่" ก็ต้องไม่พูดออกมาในวันนี้ ต้องไม่มีการ พูดถึงความตาย หรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสาง เป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปีเก่า ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดแต่เรื่องอน าคต และการเริ่มต้นใหม่ ในปีใหม่ หรือหากร้องไห้ในวันปีใหม่ ก็จะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดี ผู้ใหญ่ก็จะอดทนที่จะไม่ดุด่า หรือต่อว่าสั่งสอน

           การแต่งกายสะอาดสอ้านในวันตรุษจีน และไม่ควรสระผม เพราะนั้นจะ หมายถึง เราชะล้างความโชคดีของเราออกไป

           "สีแดง" เป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ ซึ่งจะนำความสว่าง เจิดจ้า ไฉไล มาให้แก่ผู้ส วมใส่ เชื่อกันว่าการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดี หรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี และจะมีการแจก "อังเปา" ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วยธนบัตรใหม่ เพื่อความโชคดี

           วันตรุษจีน กับความเชื่ออื่นๆ สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยม
เยียนเพื่อน หรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้าน และทางที่จะไปเพื่อความเป็นสิริมงคล

           บุคคลแรกที่พบ พร้อมคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก  ถือว่าจะส่งให้มี ผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลง หรือเห็นนกสีแดง, นกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี

           การเข้าไปหาใครในห้องนอน ในวันตรุษจีน "ถือเป็นโชคร้าย" ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วย ก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขกไม่ ควรใช้มีด กรรไกร ของมีคม ในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดีให้หายไปทั้งปี

           ทุกวันนี้ใช่ว่า ชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมา แต่ทุกคนก็ยังคงยึดถือ  และปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือน ธรรมเนียม รากเหง้าทางวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน หรือลูกหลานเชื้อสายจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมแต่เก่าก่อน เป็นการแสดงถึงความเป็น "ครอบครัว และเคารพบรรพชนของตนเอง"

           วันที่ 1 ของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์ และโลกหลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้เชื่อกันว่าจะเป็นการต่ออายุ  และนำมาซึ่ง ความสุขในชีวิต

           วันที่ 2 ชาวจีนจะไหว้บรรพชน รวมถึงเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับ "สุนัข"

           วันที่ 3-4 เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่ พ่อตา แม่ยาย ของตน

           วันที่ 5 เรียกว่า "พูวู" ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้าน เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย

           วันที่ 6 ชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง พร้อมทั้งไปวัดสวดมนต์ เพื่อความร่ำรวย และความสุข

           วันที่ 7 ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวไร่ ชาวนา นำเอาผลผลิตของตนออกมาทำน้ำที่ทำมาจาก ผักเจ็ดชนิด เพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิดของมนุษย์ และอาหารในวันนี้จะเป็น หมี่ซั่ว-กินเพื่อชีวิตที่ยาวนาน และปลาดิบ-กินเพื่อความสำเร็จ

           วันที่ 8 ชาวฟูเจี้ยน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคื นทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์

           วันที่ 9 สวดมนต์ไหว้พระ และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้

           วันที่ 10-12 เป็นวันของเพื่อน และญาติพี่น้อง ซึ่งเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น

           วันที่ 13 ถือเป็นวันที่ควรทานข้าวธรรมดา กับผักดอง ถือเป็นการชำระล้างร่างกายให้บริสุทธ์

           วันที่ 14 เป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟ

           วันที่ 15 คืนแห่งการฉลองโคมไฟวันตรุษจีน

หน้าหลัก