หน้าหลักเกี่ยวกับคณะฯโรงเรียนของคณะฯติดต่อคณะฯ

          ความเป็นแม่เป็นสิทธิพิเศษที่เจ็บปวดของสตรี เช่นเดียวกันหญิงสาวมารีย์แห่งนาซาเร็ธก็ได้มีสิทธิพิเศษที่ไม่เหมือนของใครประการนี้ คือได้เป็นพระมารดาของพระบุตรพระเจ้า ความเจ็บปวดและความสุขของการเป็นแม่ของพระนางสามารถเป็นที่เข้าใจได้จากผู้เป็นแม่ทุกๆคน พระนางมารีย์เป็นมนุษย์คนเดียวเท่านั้นที่ได้อยู่เวลาที่พระเยซูเจ้าทรงสมภพ ทั้งได้เป็นประจักษ์พยานเวลาที่พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วย พระนางได้ทรงเห็นพระองค์เวลาที่พระองค์ยังทรงเป็นทารกและได้เฝ้ามองดูพระองค์สิ้นพระชนมในฐานะที่เป็นพระผู้ไถ่

          จนกระทั่งถึงเวลาที่เทวทูตสวรรค์ได้มาเยี่ยมเยือนพระนางอย่างไม่คาดไม่ฝัน   ชีวิตของพระนางมารีย์ก็
เป็นไปด้วยดีทุกอย่าง คือเมื่อเร็วๆนี้พระนางได้ทำการหมั้นกับช่างไม้คนหนึ่ง ชื่อโยเซฟ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของชีวิตแต่งงาน แต่ว่าชีวิตของพระนางกำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

          โดยปรกติแล้ว เทวทูตสวรรค์มักจะไม่ทำการนัดหมายของการมาเยี่ยมเยือนของท่าน พระนางได้รับกา รแสดงความชื่นชมยินดีสำหรับรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่พระนางไม่เคยได้เข้าแข่งขันเลย พระนางมารีย์ได้พบว่าคำทักทายของทูตสวรรค์ทำให้พระนางสับสนมากและการปรากฎตัวของทูตสวรรค์ก็เป็นอะไรที่ทำให้ตระหนกตกใจ สิ่งที่พระนางจะได้ยินจากเทวทูตสวรรค์ในอันดับต่อไป เป็นข่าวดีที่สตรีทุกคนในอิสราแอลอยากจะได้ยินได้ ฟัง คือทารกที่จะเกิดจากพระนาง จะเป็นพระแมสสิยาห์ พระผู้ไถ่ที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ พระนางมารีย์มิได้ มีความสงสัยในคำพูดของเทวทูตสวรรค์ แต่อยากจะถามเทวทูตสวรรค์ว่าการตั้งครรภ์นั้นจะเป็นไปได้อย่างไร...เทวทูตสวรรค์คาเบรียลได้บอกพระนางว่าพระกุมารจะทรงเป็นพระบุตรพระเจ้า การตอบรับของพระนางก็เป็ นอะไรที่พระเจ้าทรงรอคอยที่จะได้ยิน แม้ว่าจะผิดหวังจากคนอื่นๆอีกมากมาย “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้ า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่าน” (ลก 1: 38) อันดับต่อไป เราก็จะได้ยินบทเพลงขับร้องที่เต็มเปี่ ยมไปด้วยความชื่นชมยินดีของพระนางที่สรรเสริญพระเจ้า อันแสดงให้เราได้แลเห็นว่าพระนางได้รู้จักพระเจ้าอย่างดียิ่งสักเพียงใด เพราะความคิดอ่านของพระนางเปี่ยมไปด้วยพระวาจาของพระเจ้าจากพระธรรมเก่า

          ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการสมภพของพระเยซูเจ้า พระองค์ก็ถูกนำไปยังพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อที่จะถวายแด่พระเจ้า ที่พระวิหารนักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์ได้พบกับบุคคลสองท่านที่ศรัทธาต่อพระเจ้า คือท่านผู้เฒ่าซีเมโอนและอันนาซึ่งได้รับรู้ว่าพระกุมารนี้คือพระแมสสิยาห์ พลางได้ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ท่านผู้เฒ่าซีเมโอนได้เอ่ยวาจากับพระนางมารีย์ว่า “ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน” (ลก 2: 35) ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวนี้คงจะได้ผ่านเข้ามาในจิตใจแห่งชีวิตของพระนางเป็นระยะๆ และส่วนใหญ่แห่งสิทธิพิเศษอันเจ็บปวดของพระ นางนี้ ก็คงจะมิใช่อะไรอื่นนอกจากการที่จะได้เห็นพระบุตรของพระนางซึ่งถูกปฏิเสธและถูกเอาไปตรึงกางเขนจากประชาชนของพระองค์เองซึ่งพระองค์ได้ทรงเสด็จมาเพื่อช่วยพวกเขาให้รอดพ้น

          เราคงจะสามารถจินตนาการได้ไม่ยากว่าแม้พระนางจะทรงทราบดีว่าสิ่ง/เหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่พระนางต้องสู้ทนอย่างเจ็บปวดใน ฐานะที่เป็นพระมารดาขององค์พระเยซูเจ้านั้น พระนางก็ยังคงให้คำตอบอย่างเดียวกันแด่พระเจ้าโดยผ่านทางทูตสวรรค์ว่า “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่าน” ซึ่งเราก็น่าที่จะถามตัวเราเองว่า “เราพร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้สอยเราเช่นเดียวกับพระแม่หรือเปล่า?”

          * เป็นพระมารดาของพระเยซูเจ้า พระแมสสิยาห์

          * เป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่อยู่กับพระเยซูเจ้าตั้งแต่การสมภพจนถึงการสิ้นพระชนม์

          * พระแม่พร้อมในทุกๆเรื่องเพื่อพระเจ้า

          * พระแม่ได้รู้จักและได้นำมาใช้ซึ่งพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม

          + ข้ารับใช้ที่ดีที่สุดของพระเจ้านั้น คือบ่อยๆมักจะเป็นคนพื้นๆธรรมดาๆ แต่พร้อมที่จะทำตามน้ำพระทัย ของพระองค์

          + แผนการของพระเจ้ามักจะเป็นเหตุการณ์พิเศษในชีวิตของคนธรรมดาๆ

          + ลักษณะนิสัยของคนใดคนหนึ่ง จะได้รับการเผยแสดงออกจากการตอบรับของตนต่อสิ่ง/เหตุการณ์ท ี่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้

          ลก 1: 38 : ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด

          กจ 1: 14 : ทุกคนร่วมอธิษฐานภาวนาสม่ำเสมอ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันพร้อมกับบรรดาสตรี รวมทั้งมารีย์  พระมารดาของพระเยซูเจ้า
และพี่น้องของพระองค์

          1.พระนางมารีย์ เป็นพระมารดาพระเจ้า
         (โดยสภาพระสังคายนาแห่งเมืองเอเฟซัส ปี 431)

          2.พระนางมารีย์ เป็นพรหมจารีเสมอ
         (โดยสภาพระสังคายนาแห่งลาเตรัน ปี 649)

          3.พระนางมารีย์ เป็นผู้ปฏิสนธินิรมล
         (โดยพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 / 8 ธันวาคม 1854)

          4.พระนางมารีย์ ได้รับเกียรติสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ
         (โดยพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 12 / 1 พฤศจิกายน 1950)
 

           ..พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950 ในพระสมณสาสน์ “Munificentissimus Deus” ของพระองค์ ได้ทรงประกาศว่า “พระนางพรหมจารีมารีย์ พระมารดานิรมลของพระเจ้า เมื่อได้จบชีวิตบนแผ่นดินของพระนางแล้ว ก็ได้ถูกยกขึ้นสู่เกียรติมงคลแห่งเมืองสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ”...เป็นการฉลองธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาที่ได้สำเร็จ บริบูรณ์ในพระนางมารีย์  เนื่องจากว่าพระนางมารีย์ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน ไม่มีแม้แต่เงาของบาป พระบิดาเจ้าจึงทรงมีพระประสงค์ให้พระนางได้มีส่วนในการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้าด้วย

           นี่เป็นความเชื่อศรัทธาของบรรดาคริสตชนที่ยาวนานเป็นศตวรรษๆ อันเป็นคำอธิบายการเสด็จสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางมารีย์อย่างสั้นๆเป็นอย่างดี

           พระสันตะปาปาปีโอที่ 12   ได้ทรงกล่าวย้ำว่าเหตุผลทางเทววิทยาสำหรับการได้ รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางมารีย์ ก็คือการเป็นพระมารดาของพระเจ้าของพระนาง เพราะพระบิดาเจ้าได้ทรงเลือกสรรพระนางมารีย์ผู้นิรมล ผู้ปราศจาก บาป ให้เป็นพระมารดาของพระบุตรของพระองค์ เพราะพระนางมีชีวิตที่ชิดสนิทสัมพันธ์กับองค์พระบุตรอย่างที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระนางทรงให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งในการไถ่บาปของมนุษยชาติกับองค์พระบุตร

           พระบิดาเจ้ามีพระประสงค์ให้พระนางได้มีส่วนในการกลับคืนพระชนมชีพของพระ คริสตเจ้าเลยทันที โดยทรงยกย่องพระนางให้เสด็จสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณทันที เพราะพระนางมารีย์ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน พระนางไม่มีแม้แต่เงาของบาป

           การที่พระนางมารีย์ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณนี้ สอนเราคริสต ชนทุกๆคนให้ตระหนักชัดว่า โลกนี้มิใช่ที่พักพิงหรือบ้านอันถาวรของเรา แต่เป็นที่พำนักในสรวงสวรรค์ต่างหาก ที่ซึ่งเราจะพำนักอยู่ตลอดไปพร้อมกับพระมารดาและพระบุตรของพระนาง นั่นก็คือ ทั้งวิญญาณและร่างกายของเรา ร่างของเรามนุษย์ที่จะต้องเน่าเปื่อยผุพังไปพร้อมกับการตายตามกฎของธรรมชาตินั้น จะได้รับการเปลี่ยนแปลงและได้รับความบรมสุขตลอดนิรั นดรในสรวงสวรรค์ แต่สำหรับพระนางแล้ว สิทธิพิเศษของพระนางและการมีส่วนร่วมในหลักการแห่งการร่วมในโชคชะตากับองค์พระบุตรขอ งพระนาง บันดาลให้เกียรติมงคลแห่งมนุษยภาพของพระนาง ได้สำเร็จไปแล้วก่อนถึงเวลานั้น ทว่าสำหรับเราคริสตชนที่มีชีวิตที่เปี่ยมด้วยพร ะหรรษทานและพระคริสตเจ้าทรงเป็นชีวิตของเราจริงๆ ร่างกายและวิญญาณของเราก็จะได้รับเกียรติมงคลเช่นเดียวกับของพระแม่ด้วย แม้ว่าจะช้าไปบ้าง

          การปฏิสนธินิรมล คือ  การปฏิสนธิของพระนางมารีย์พรหมจารีที่ปราศจากร่องรอยใดๆของบาปกำเนิด

          จากข้อความเชื่อนี้ เป็นการยืนยันว่าจากวินาทีแรกที่พระนางมีความเป็นอยู่ พระนางได้รับการดูแลรักษาจากองค์พระเจ้าไม่ให้ขาดพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรที่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับมนุษยชาติ ตรงข้ามพระนางเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพระหรรษทานของพระเจ้า และพระนางได้ดำเนินชีวิตปราศจากบาปอย่างสิ้นเชิง

          การสมโภชพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล  ได้รับการประกาศอย่างสง่าให้เป็นข้อความเชื่อโดย พระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 ในพระสมณ
สาสน์ของพระองค์ที่มีชื่อว่า
“Ineffabilis Deus” เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1854

          พระศาสนจักรคาทอลิกเชื่อว่าข้อความเชื่อนี้ได้รับการสนับสนุนจากพระคัมภีร์...ทูตสวรรค์คาเบรียลได้ทักทายพระนางมารีย์ว่า “เธอเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน” และจากการตอบรับ “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่าน” ของพระนาง ...และจากผลงานเขียนของปิตาจารย์อีกหลายๆท่านของพระศาสนจักร เช่น นักบุญอีเรเนอูสและนักบุญอัมโบรส เป็นต้น
 

หน้าหลัก