หน้าหลักเกี่ยวกับคณะฯโรงเรียนของคณะฯติดต่อคณะฯ

          พระศาสนจักรทำการฉลองพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระนางมารีย์ หรือ “พระนามมารีย์” ในวันที่ 12 กันยายน เพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระนามมารีย์ พระมารดาของพระเยซูเจ้า วันฉลองนี้ได้กระทำกันทั่วทั้งพระศาสนจักรในปี 1684 โดยพระสันตะปาปาอินโนเซนท์ ที่ 11 เพื่อเป็นการรำลึกถึงชัยชนะที่กองทัพของพระศาสนจักรภายใต้การปกป้องคุ้มครองของพระนางมารีย์ ได้มีต่อพวกมุสลิมที่กรุงเวียนนา ในปี 1683

          พระศาสนจักรได้นำเอาวันฉลองพระนามมารีย์เข้ามาในพิธีกรรม ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า

          “วันฉลองพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระนางพรหมจารีมารีย์ เป็นการเชิญชวนให้บรรดาสัตบุรุษได้รำลึกถึงความรักที่สรรหาคำบรรยายมิได้ของพระมารดาของพระเจ้าที่มีต่อพระกุมารเยซูของพระแม่ ทั้งยังให้หันสายตาของพวกเขาไปยังรูปแบบของพระมารดาพระผู้ไถ่ด้วยความรักศรัทธาต่อพระนางด้วย”

          วันฉลองพระนามมารีย์นี้ได้เริ่มต้นขึ้นในปี  1513  อันเป็นการฉลองประจำท้องถิ่นเฉพาะที่สังฆมณฑล
เมืองคูแอนคาในประเทศสเปนในวันที่ 15 กันยายน แต่ว่าในปี 1587 พระสันตะปาปาซิกส์ตุส ที่ 5 ได้ทรงเลื่อนวันฉลองนี้ไปในวันที่ 17 กันยายน ต่อมาพระสันตะปาปาเกรกอรี่ ที่ 15 ได้ทรงขยายวันฉลองนี้ไปทั่วอัคร สังฆมณฑลโทเลโดในปี 1622 และในปี 1666 คณะนักบวชคาร์เมไลท์ได้รับอนุญาตพิเศษให้สวดทำวัตรวันฉลอง “พระนามมารีย์” นี้ในปีหนึ่งได้ 4 ครั้ง ต่อมาในปี 1671 วันฉลอง “พระนามมารีย์” ก็ได้ขยับขยายให้ฉ ลองกันได้ทั่วทั้งอาณาจักรสเปนและอาณาจักรของเนเปิลส์(อิตาลี)

          ก่อนการสู้รบที่กรุงเวียนนาในปี 1683 นายพลยอห์น โซเบียสคี ซึ่งเป็นวีรบุรุษของโปแลนด์ ได้รับการ ขอร้องจากจักรพรรดิเลโอโปลด์แห่งออสเตรีย ให้มาช่วยสู้รบกับกองทัพของพวกเตอร์กซึ่งมีจำนวนถึง 300,000 นายที่กำลังจะเข้าปิดล้อมกรุงเวียนนาซึ่งมีทหารประจำการอยู่เพียง 15,000 นายพลโซเบียสคีได้เคลื่อนกองทัพของตนมุ่ง สู่กรุงเวียนนาในเดือนสิงหาคม โดยมีธงชัยเฉลิมพลของพระนางมารีย์นำหน้า ขณะที่กำลังผ่านสักการะสถานแห่งเมืองเชสโธโชวา(แม่พระฉวีดำ) พวกเขาก็ได้อธิษฐานภาวนาขอพระแม่มารีย์ให้ช่วยเหลือและอวยพรพวกเขา

          ในเดือนกันยายน กองทัพเยอรมันได้เข้าช่วยสู้รบด้วย ณ วันที่ 8 กันยายน ซึ่งเป็นวันฉลองแม่พระบังเกิด ท่านนายพลโซเบียสค ีได้ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและรับศีลมหาสนิท  อันเป็นการเตรียมตัวสำหรับออกสู่สนามรบ   และการสู้รบได้ปะทุขึ้นหน้ากำแพงเมือง ของกรุงเวียนนาในวันที่ 12 กันยายน 1683 ดูเหมือนว่ากองทัพของท่านนายพลโซเบียสคีมีท่าทีว่าจะต้องแพ้เพราะกองกำลังที่โหดเหี้ยมของพวกทหารเตอร์ก แต่ว่าที่สุดท่านนายพลก็รวบรวมกำลังพลทหารให้ฮึดสู้กับข้าศึกศัตรูอีกคำรบหนึ่ง ได้เข้าโจมตีค่ายทหารของพวกศัตรูจนได้รับชัยชนะและกองกำลังของพวกทหารเตอร์กยอมจำนนอย่างหมดประตูสู้ กรุงเวียนนาก็ปลอดภัย

          เมื่อได้รับชัยชนะแล้ว ท่านนายพลโซเบียสคีก็ได้ส่งสารไปทูลพระสันตะปาอินโนเซนท์ที่ 11ด้วยถ้อย คำเหล่านี้ว่า  “Veni, vidi, Deus vicit…”  “ข้าพเจ้าได้มา ข้าพเจ้าได้เห็น พระเจ้าได้รับชัยชนะ...” เพื่อ
เป็นการรำลึกถึงชัยชนะอย่างมีเกียรตินี้และเพื่อเป็นการขอบพระคุณพระเจ้า ทั้งเพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระนางพรหมจารีมารีย์สำหรับความห่วงใยของพระนางที่มีต่อการสู้รบจนได้รับชัยชนะในครั้งนี้ พระสันตะปา ปาอินโนเซนท์ ที่ 11 จึงได้ทรงขยาย
“วันฉลองพระนามมารีย์” ไปทั่วพระศาสนจักรสากล เริ่มแรกวันฉล องนี้ก็จะฉลองกันในวันอาทิตย์หลังวันฉลอง “แม่พระบังเกิด” แต่ว่าพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 10 (1914) ได้ทรงประกาศให้ฉลอง “พระนามมารีย์” ณ วันที่ 12 กันยายน เพื่อเป็นเกียรติแห่งการได้รับชัยชนะของกองกำลั งคาทอลิกภายใต้การนำทัพของนายพลยอห์น โซเบียสคี

          ประวัติศาสตร์ของวันฉลองนี้ จะต้องทำให้เรารำลึกถึงวันฉลอง “พระแม่แห่งสายประคำศักดิ์สิทธิ์” เพื่อเป็นการรำลึกถึงชัย ชนะของกองกำลังคาทอลิกที่มีเหนือกองทัพเรือของพวกเตอร์ก ณ การสู้รบที่เมืองเลปันโต ในปี 1571

          พระสันตะปาปาเลโอ ที่ 13 ได้ทรงกล่าวไว้ในพระสมณสาสน์ “Supremi Apostolatus” (1883) ของพระองค์ว่า

          “และดังนี้ บรรดานักรบที่ซื่อสัตย์ของพระคริสตเจ้า ได้เตรียมพร้อมที่จะอุทิตชีวิตและเลือดของตนเพื่อสวัสดิภาพแห่งความเชื่อ ของตนและเพื่อประเทศชาติของพวกเขา   พวกเขาได้เดินหน้าอย่างไม่เกรงกลัวอันตรายทั้งสิ้นเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูของพวกเขา
ใกล้กับอ่าวเมืองโครินธ์ ส่วนพวกที่ไปสมทบกับกองทัพไม่ทัน ก็ได้ร่วมใจกันอธิษฐานภาวนา พลางเอ่ย  “พระนามมารีย์”  ซ้ำไปซ้ำมา
ในการสวดสายประคำ พลางวิงวอนขอพระแม่ได้โปรดประทานชัยชนะให้กับบรรดาเพื่อนๆนักรบที่กำลังทำการสู้รบอยู่ในสนามรบ และในที่สุดพระนางมารีย์ก็ได้ทรงประทานให้ตามที่พวกเขาได้อ้อนวอนพระนาง”

โอ้พระนางมารีย์
ลูกวิงวอนพระแม่
สำหรับพระเกียรติมงคลแห่งพระนามของพระแม่
โปรดเสด็จมาหาวิญญาณของลูก
ขณะที่กำลังจะจากโลกนี้ไป
ขอพระแม่ได้โปรดรับดวงวิญญาณนี้
ไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระแม่ด้วยเถิด
อาเมน
 

*********************************************************************************************

ความศรัทธาภักดีต่อพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระนางมารีย์
 

          

          ท่านริชาร์ด แห่งนักบุญลอเรนซ์ (Richard of St. Laurence) กล่าวว่า “รองจากพระนามของพระเยซูเจ้าแล้ว ก็เป็นพระนามของพระนางมารีย์นี่แหละที่สามารถให้ความช่วยเหลืออันทรงฤทธิ์และบันดาลความรอดพ้นให้กับมนุษย์ได้” และท่านยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า   “การเรียกขานพระนามศักดิ์สิทธิ์อันหวานชื่นนี้ด้วยศรัทธา ก็จะนำไปสู่การได้รับพระหรรษทานอย่างอุดมเหลือเฟือในชีวิตนี้และ จะได้รับเกียรติมงคลขั้นสูงในชีวิตหน้าอีกด้วย”

          รองจากพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้าแล้ว    พระนามของพระนางมารีย์ก็เปี่ยมไปด้วยสิ่งดี งามต่างๆมากมาย จนว่าทั้งบนโลกและในสวรรค์  ก็ไม่มีนามอื่นใดที่วิญญาณของศรัทธาชน  จะได้รับพระหรรษทาน ความหวังและความหวานชื่นมากมายอย่างนี้

          ดังนั้น  ท่านริชาร์ด   แห่งนักบุญลอเรนซ์   จึงได้ให้กำลังใจแก่คนบาปที่จะวิ่งเข้ามาหาพระนามอันยิ่ง
ใหญ่นี้
“เพราะว่าพระนามนี้เท่านั้น ก็จะพอเพียงที่จะบำบัดรักษาพวกเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งปวง” และ “จะไม่มีความโกลาหลวุ่นวายที่แสนจะเลวร้ายเพียงใด ที่จะไม่ขอยอมแพ้ให้กับพลังอำนาจแห่งพระนามของ พระนางมารีย์ได้” ท่านบุญราศรีเรย์มอนด์ จอรดาโน ได้กล่าวไว้ว่า “หัวใจของมนุษย์ แม้ว่าจะแข็งกระด้าง
เพียงใด พระนามของพระนางพรหมจารีนี้ ก็จะเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ขอให้เพียงแต่เอ๋ยขานพระนามของพระนางเท่านั้น หัวใจของเขาผู้นั้นก็จะถูกทำให้อ่อนโยนลง”
ยิ่งกว่านั้น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีและเป็นประ สบการณ์ในแต่ละวันของบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระนางมารีย์ว่าพระนามที่ทรงฤทธานุภาพของพระนางจะประทานพละกำลังพิเศษอันจำเป็นสำหรับจะต่อสู้เอาชนะการผจญทั้งหลายทั้งปวงต่อเรื่องความบริสุทธิ์ได้

          ในที่สุด นักบุญเมโธดีอุสได้ภาวนาว่า “โอ้พระมารดาของพระเจ้า พระนามของพระแม่ เปี่ยมไปด้วยพระหรรษทานแลพระพรของพระเจ้า”

          ส่วนนักบุญบอนาแวนทูราได้ประกาศว่า “ข้าแต่พระแม่มารี  ขอให้พระนามของพระแม่ ไม่สามารถได้รับการเอ๋ยถึงอย่างศรัทธา
โดยที่มิได้นำพระหรรษทานบางประการมาให้... ข้าแต่พระนาง  โปรดให้ลูกได้รำลึกถึงและเอ๋ยพระนามของพระแม่บ่อยๆ ด้วยความรัก
และด้วยความไว้วางใจ...และด้วยการปฏิบัติเช่นนี้อยู่เสมอเป็นนิจ เราก็จะได้รับพระหรรษทานของพระเจ้า ทั้งยังเป็นสิ่งค้ำประกันว่าเราจะได้สุขภาพที่ดีแข็งแรงกลับคืนมาอีกด้วย”

          ท่านโธมัส อา แคมปิส (ผู้เรียบเรียงหนังสือ “จำลองแบบพระคริสต์” หรือ “พระคริสตานุวัต” ) ได้ยืนยันว่า “ผีปีศาจกลัวพระราชินีแห่งสวรรค์จนว่าเพียงแต่ได้ยินเอ๋ยพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระนาง ผีปีศาจเหล่านั้นก็จะรีบบินหนีไปจากเขาราวกับว่าหนีจากเพลิงไฟ”

          พระนางพรหมจารีมารีย์ได้ทรงเผยแสดงแก่นักบุญบริจิตว่า“ไม่มีคนบาปคนใดบนโลก แม้จะไม่มีความรักต่อพระเจ้าเลยที่ผีปีศาจ จะไม่บินหนีไปในทันที ถ้าเขาผู้นั้นจะได้เอ๋ยพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระนางด้วยความตั้งใจว่าจะเป็นทุกข์ถึงบาปกลับใจ”....”ผีปีศาจทั้งหลายเคารพและเกรงกลัวพระนามของพระนางถึงขั้นที่ว่าพอได้ยินเอ๋ยพระนามของพระนางเท่านั้น ผีปีศาจเหล่านั้นก็จะคลายกรงเล็บที่กำลังจิกดวงวิญญาณของคนบาปอยู่ในทันทีทันใด”...พระนางมารีย์ยังได้ตรัสกับนักบุญบริจิตอีกด้วยว่า “ในขณะที่เทวดาที่กบฏบิน หนีจากบรรดาคนบาปซึ่งเอ๋ยพระนามของพระนางมารีย์ เหล่าเทวดาที่ดีก็จะเข้ามาใกล้ดวงวิญญาณที่ชอบธรรมซึ่งได้ขานเรียกพระนามของพระนางอย่างศรัทธา”
 

*********************************************************************************************

          

          ช่างเป็นที่บันเทาใจสักเพียงไรสำหรับคำมั่นสัญญาจากพระโอษฐ์ของพระเยซูคริสตเจ้า   ที่ได้ทรงกล่าวว่าจะประทานความช่วย
เหลือให้กับบรรดาผู้ที่มีใจศรัทธาต่อพระนามของพระนางมารีย์...วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์กำลังสดับฟังคำทูลขอของนักบุญบริจิต พระองค์ได้ทรงสัญญากับพระมารดาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระนางว่าพระองค์จะประทาน
พระหรรษทานอย่างพิเศษ 3 ประการด้วยกันแก่ผู้ที่ขานเรียกพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระนางด้วยความไว้วางใจว่า

          * พระองค์จะทรงโปรดให้เขาคนนั้นได้เป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์ถึงบาปต่างๆของตน

          * บาปผิดต่างๆของเขาจะได้รับการชดเชย

          * พระองค์จะทรงประทานพละกำลังให้แก่เขาเพื่อจะบรรลุถึงความครบครันบริบูรณ์ รวมทั้งบรรลุถึงเกียรติมงคลแห่งเมืองสวรรค์ ด้วย

          และแล้วนั้น พระเจ้าพระผู้ไถ่ได้ทรงตรัสเสริมอีกด้วยว่า “โอ้ พระมารดาของลูก คำของคุณแม่ช่างหวานชื่นและเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกอย่างยิ่ง ลูกจะปฏิเสธคำของคุณแม่ได้อย่างไรเล่า”

          นักบุญเอเฟรมถึงกับอุทานว่า “พระนามของพระนางมารีย์เป็นกุญแจสำหรับเปิดประตุสวรรค์”  ...  เป็น กุญแจที่อยู่ในมือของบรรดาผู้ที่เรียกขานพระนามของพระนางอย่างศรัทธา

          นักบุญบอนาแวนทูราได้กล่าวเสริมอีกด้วยว่า “พระนางมารีย์ทรงเป็นความรอดพ้นของบรรดาผู้ที่เรียกขานพระนาง”

          ท่านบุญราศรีเฮนรี่ ซูโซ่ ถึงกับอุทานออกมาว่า “โอ้ พระนามที่หวานชื่นอย่างหาที่เปรียบมิได้ โอ้พระนางมารีย์ พระแม่จะต้องเป็นอะไรอีกเล่า เพราะเพียงแต่พระนามของพระแม่เท่านั้น ก็น่ารักและสง่างามยิ่งนักอยู่แล้ว”

          ดังนั้น ให้เราได้น้อมรับคำแนะนำที่งดงามของนักบุญเบอร์นาร์ด ที่บอกเราว่า “ในภัยอันตรายและในกรณีที่เกิดมีความเคลือบแคลงสงสัย ขอให้เราได้คิดถึงพระนางมารีย์ ขานเรียกหาพระนาง ขออย่าให้พระนางหลุดพ้นไปจากริมฝีปากของเรา ทั้งอย่าให้พระนางต้ องทิ้งจากหัวใจของเราไป”
 

*********************************************************************************************

          

          ในทุกๆ ภัยอันตรายที่เราจะต้องสูญเสียพระหรรษทานของพระเจ้า เราควรจะต้องคิดถึงพระนางมารีย์และขานเรียกพระนามของ พระนางพร้อมๆ กับพระนามของพระเยซูเจ้า เพราะว่าทั้งสองพระนามนี้จะต้องไปด้วยกันเสมอ เราจะต้องให้พระนามทั้งสองนี้ซึ่งเป็น พระนามที่หวานชื่นที่สุด  ฝังแน่นอยู่ในหัวใจของเราและให้ติดอยู่กับริมฝีปากของเราอยู่เสมอ เพราะทั้งสองพระนามนี้จะประทานพละกำลังให้กับเราเพื่อจะเอาชนะการผจญทั้งหลาย

          ท่านโธมัส อา แคมปิส  บอกว่า  “การขานเรียกพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าและของพระแม่มารีย์ เป็นคำอธิษฐานภาวนา สั้นๆที่หวานชื่นอย่างที่สุดสำหรับจิตใจและมีพลังอำนาจอย่างมากที่จะปกป้องผู้ที่ใช้พระนามนี้ต่อสู้กับศัตรูแห่งความรอด และพระนามทั้งสองนี้ ก็เป็นพระนามที่สามารถจดจำได้ง่ายมากๆ”
 

 ********************************************************************************************

          

          เราได้แลเห็นแล้วว่า  พระนามศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระนางมารีย์   เป็นพระนามที่หวานชื่นจริงๆ  สำหรับผู้ศรัทธาภักดีต่อพระนางใน ระหว่างที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เพราะพวกเขาจะได้รับพระหรรษทานมากมายจากพระนาง และจะเป็นอะไรที่หวานชื่นมากกว่า อีกเมื่อเวลาใกล้จะตาย เพราะพวกเขาจะพบกับบั้นปลายสุดท้ายแห่งชีวิตที่สงบสุขและศักดิ์สิทธิ์ที่จะได้พบกับองค์พระบุตรเจ้าและพระแม่ในอาณาจักรสวรรค์

          ดังนั้น ให้เราได้วอนขอต่อพระเจ้า โปรดประทานให้เรา ณ เวลาใกล้จะตาย ที่จะเอ่ยขานเรียกพระนามของพระนางมารีย์ เป็นคำสุดท้ายบนริมฝีปากของเรา

          นี่เป็นคำอธิษฐานภาวนาของนักบุญแยร์มานุส “ขอให้การเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายของลิ้นของลูก เป็นการเอ๋ยพระนามของพระมารดาพระเจ้าด้วยเถิด”

          โอ้ ความตายที่หอมหวานและปลอดภัย  ซึ่งมีเพื่อนร่วมทางและได้รับความคุ้มครองด้วยการเอ๋ยพระ นามมารีย์ เพราะพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงโปรดประทานพระหรรษทานแก่ผู้ที่ใกล้จะตายที่ขานเรียกพระนามมารีย์ให้ได้รับความรอดพ้น

          คุณพ่อแซร์โธรีอุส คาปูโธ แห่งคณะเยสุอิตได้เตือนสอนบรรดาผู้ที่เฝ้าอยู่กับผู้ที่กำลังจะสิ้นใจให้ขาน
เรียกพระนามมารีย์บ่อยๆ เพราะเป็นพระนามที่ให้ชีวิตและความหวัง เมื่อขานเรียกพระนามมารีย์ซ้ำไปซ้ำมา ณ เวลาใกล้จะตาย ก็เพียงพอที่จะขับไล่ผีปีศาจให้หนีไป ทั้งยังเป็นการบันเทาใจผู้ใกล้จะตายในการทนทุกข์ยากลำบากของพวกเขาด้วย
 

*********************************************************************************************

          

          นักบุญบอนาแวนทูรา ได้อุทานว่า  “ข้าแต่พระนางมารีย์  คนที่รักพระนามของพระแม่ ก็เป็นสุข...โอ้ พระมารดาของพระเจ้า ผู้ที่
เป็นสุขคือผู้ที่รักพระนามอันอ่อนหวานของพระแม่...พระนามของพระแม่เปี่ยมด้วยเกียรติรุ่งโรจน์และน่าพิศวงยิ่งนัก ไม่มีใครผู้ใดที่รำลึ กถึงพระนามนึ้ จะมีความกลัวเวลาใกล้จะตาย”

          นี่เป็นพลังอำนาจของพระนามมารีย์  เพราะจะไม่มีใครที่ขานเรียกพระนามมารีย์  ณ เวลาใกล้จะตาย จะต้องเกรงกลัวการจู่โจมของศัตรูแห่งวิญญาณ

          นักบุญคามิลลุส เดอ แลลลิส ได้เร่งเร้าบรรดาสมาชิกของท่านให้ช่วยผู้ที่ใกล้จะตายได้ขานเรียกพระ นามศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าและของพระนางมารีย์บ่อยๆ นี่เป็นนิสัยของท่านเมื่ออยู่ช่วยดูแลผู้ที่อยู่ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของพวกเขา

          ขอให้เราจบชีวิตของเราเช่นเดียวกับที่คุณพ่อคาปูชิน  ท่านฟุลเจนซีอุส แห่งอัสโคลี ซึ่งได้ร้องเพลง ขณะกำลังจะหมดลมหายใจ “โอ้พระนางมารีย์ โอ้พระนางมารีย พระแม่ ผู้สวยสดงดงามที่สุดแต่ในบรรดาสิ่งสร้าง ขอให้ลูกและพระแม่ได้จากโลกนี้ไปพร้อมๆกันด้วยเถิด”

          สุดท้าย ขอให้เราได้สรุปเรื่องราวแห่งพระนามมารีย์ด้วยคำอธิษฐานภาวนาอันอ่อนหวานของนักบุญบอนาแวนทูราพร้อมๆกันว่า

โอ้พระนางมารีย์
ลูกวิงวอนพระแม่
สำหรับพระเกียรติมงคลแห่งพระนามของพระแม่
โปรดเสด็จมาหาวิญญาณของลูก
ขณะที่กำลังจะจากโลกนี้ไป
ขอพระแม่ได้โปรดรับดวงวิญญาณนี้
ไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระแม่ด้วยเถิด
อาเมน

 

*********************************************************************************************

           

           
บทภาวนาของประธาน

    ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นเจ้า
    เมื่อพระบุตรของพระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์ที่ไม้กางเขน
    ได้ทรงฝากฝังพระนางพรหมจารีมารีย์
    พระมารดาของพระองค์
    ให้เป็นพระมารดาของข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย
    ขอได้โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
    ที่ขานเรียกพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระนาง
    ได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลือจากพระนาง
    ตลอดไปในชีวิตนี้
    และได้รับความยินดีตลอดนิรันดรด้วยเถิด
    ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า
    พระบุตรของพระองค์ ผู้ทรงจำเริญและครองราชย์
    เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร


บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวกาลาเทีย (กท 4: 4-7)

          แต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ให้มาบังเกิดจากหญิงผู้หนึ่ง เกิดมาอยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อทรง
ไถ่ผู้ที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ และทำให้เราได้เป็นบุตรบุญธรรม ข้อพิสูจน์ว่าท่านทั้งหลายเป็นบุตร ก็คือพระเจ้าทรงส่งพระจิตของพระบุตร ลงมาในดวงใจของเรา พระจิตผู้ตรัสด้วยเสียงอันดังว่า “อับบา พ่อจ๋า” ดังนั้น ท่านจึงไม่เป็นทาสอีกต่อไป แต่เป็นบุตร ถ้าเป็นบุตร ก็ย่อมเป็นทายาทตามพระประสงค์ของพระเจ้า

(พระวาจาของพระเจ้า)



สร้อย: วันทามารีอา เปี่ยมด้วยหรรษทาน พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับท่าน ผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ อัลเลลูยา

เพลงสดุดี

    ก.พระนางมารีย์ ตรัสว่า
    วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
    จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า
    พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้า

    ข.เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์
    ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข
    พระผู้ทรงสรรพานุภาพ
    ทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า
    พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์

    ค.พระกรุณาต่อผู้ยำเกรงพระองค์
    แผ่ไปตลอดทุกยุคทุกสมัย
    พระองค์ทรงยกพระกรแสดงพระอานุภาพ
    ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูง
    ให้กระจัดกระจายไป

          
อัลเลลูยา

    อัลเลลูยา อัลเลลูยา “วันทามารีอา เปี่ยมด้วยหรรษทาน
    พระเจ้าสถิตกับท่าน ผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ”
    อัลเลลูยา

          
บทอ่านจากพระวรสารโดยนักบุญลูกา (ลก 1: 39-47)

          หลังจากนั้นไม่นาน พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย พระนางเสด็จเข้าไปในบ้านของเศ คาริยาห์และทรงทักทายนางเอลีซาเบธ เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ บุตรในครรภ์ก็ดิ้น นางเอลีซาเบธได้รับ พระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ร้องเสียงดังว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใดๆและลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย ทำไมหนอพระมารดาขององค์ พระผู้เป็นเจ้า จึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า เมื่อฉันได้ยินคำทักทายของเธอ ลูกในครรภ์ของฉันก็ดิ้นด้วยความยินดี เธอเป็นสุขที่เชื่อว่า พระวาจาที่พระเจ้าตรัสแก่เธอไว้ จะเป็นจริง พระนางมารีย์ตรัสว่า “วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้า”

(พระวาจาของพระเจ้า)

บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา

    ข้าแต่พระเจ้า
    ขอให้พระบุตรของพระองค์
    ทรงพระกรุณาช่วยเหลือข้าพเจ้าทั้งหลาย
    เมื่อพระองค์ท่านสมภพจากพระนางพรหมจารีนั้น
    มิได้ลดเกียรติของพระมารดาลง
    ตรงข้าม กลับเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ของพระนางยิ่งขึ้น
    ขอพระองค์ท่าน ได้ปลดเปลื้องความผิด
    ของข้าพเจ้ทั้งหลาย
    และบันดาลให้ของถวายนี้ เป็นที่สบพระทัยด้วยเถิด
    ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย

บทภาวนาหลังรับศีล

         ข้าแต่พระเจ้า
    ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์แล้ว
    ขอกราบอ้อนวอนพระกรุณา
    ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายที่มีความชื่นชมยินดี
    ในโอกาสระลึกถึงพระนามศักดิ์สิทธิ์
         ของพระนางพรหมจารีมารีย์ในวันนี้
    ได้ประพฤติตามแบบฉบับของพระนาง
    ร่วมมือกับพระองค์ในงานไถ่กู้มนุษยชาติด้วยเถิด
    ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย

หน้าหลัก