|
พระพันธกิจของพระคริสต์
พระผู้ไถ่ ซึ่งได้หมอบหมายให้แก่พระศาสนจักร ยังห่างไกลนักจากการบรรลุความสำเร็จ... อันบ่งบอกถึงความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องเร่งทำงานแพร่ธรรม... ความกระตือรือร้นในการแพร่ธรรม
จึงเป็นสิ่งที่มีอยู่โดยธรรมชาติอย่างชิดสนิทในชีวิตของคริสตชน ...ฆราวาสได้ผูกพันตนเข้ามาช่วยในงานแพร่พระวรสาร ... ทำให้เกิดสำนึกใหม่อันมั่นคงว่างานแพร่ธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคริสตชนทุกคน ทุกสังฆมณฑล
ทุกวัด ทุกสถาบัน และทุกหน่วยงานของพระศาสนจักร (RM 1)
ดูเหมือนพันธกิจอันเฉพาะเจาะจงและ มุ่งสู่นานาชาติ (ad gentes) อันหมายถึงงานธรรมทูตของพระศาสนจักรนั้น จะมีความขยันขัน น้อยลง.. อ่อนเปลี้ยลง...นี่เป็นเหตุการณ์ซึ่งควรจะต้องก่อความกระวนกระวายใจให้เกิดแก่ทุกผู้ทุกคนที่เชื่อในพระคริสต์...พลังรุดหน้าใน
การแพร่ธรรมได้เป็นเครื่องหมายแห่งความมีชีวิตชีวาของพระศาสนจักรเสมอมา ทำนองเดียวกับที่ความอ่อนเปลี้ยก็คือเครื่องหมายแห่งวิกฤติการณ์ทางความเชื่อ (RM 1)
ความเชื่อย่อมมั่นคงขึ้น เมื่อเราให้ความเชื่อออกไป...งานธรรมทูตนั้นมีจุดมุ่งหม
ายแต่เพียงอย่างเดียว คือรับใช้เพื่อนมนุษย์ เพราะเป็นการนำพระเยซูคริสต์ไปให้กับเพื่อนพี่น้อง พระองค์จะบันดาลให้พวกเขาได้รู้จักตนเองอย่างเต็มที่ ได้รู้จักศักดิ์ศรีของตน และรู้ความหมายของการดำรงชีวิตในโลก
พระเป็นเจ้าทรงเปิดขอบฟ้ามนุษยชาติให้พระศาสนจักรได้เห็น ในลักษณะพร้อม
กว่าเดิมที่จะรับการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพระวรสาร ข้าพเจ้าประมาณว่าถึงเวลาแล้วที่จะรวมพลังทั้งหมดของพระศาสนจักรในการแพร่พระวรสารครั้งใหม่นี้และในการปฏิบัติพัน
ธกิจการแพร่ธรรมสู่นานาชาติ (ad gentes) ไม่มีใครสักคนเดียวที่เชื่อในพระคริสต์ หรือสถาบันใดของพระศาสนจักรที่จะสามารถถอนตัวออกไปได้จากหน้าที่อันสูงส่งนี้ คือ การประกาศพระคริสต์แก่ประชากรทั้งมวล
คริสตชนทุกคน ในฐานะสมาชิกของพระศาสนจักร โดยอาศัยศีลล้างบาป จะต้องร่วมรับผิดชอบในงานแพร่ธรรม...ความร่วมมือในง
านแพร่ธรรมนี้ ก่อนอื่นหมดจะต้องอยู่ที่การมีชีวิตที่ชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์เป็นการส่วนตัว เช่นเดียวกับที่กิ่งองุ่นติดอยู่กับลำต้
นองุ่น (เทียบ ยน 15: 5) เพราะจะเป็นการเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวเอง อันจะช่วยให้งานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรบังเกิดผลอันอุดม
การมีส่วนร่วมในงานแพร่ธรรม จะต้องเป็นเครื่องหมายแห่งวุฒิภาวะในความเชื่อและในชีวิตคริสตชน โดยขยายมิติแห่งเมตตาธรรมข
องตนออกไปอย่างกว้างขวาง แสดงความกังวลห่วงใยต่อผู้ที่อยู่ไกลจะภาวนาเพื่อมิสซังต่างๆและเพื่อกระแสเรียกของธรรมทูต จะติดตามกิจกรรมของธรรมทูตด้วยความสนใจ
ในบรรดารูปแบบต่างๆของความร่วมมือในงานแพร่ธรรม คือความร่วมมือฝ่ายจิต อันได้แก่การภาวนา การทำพลีกรรม การเป็นประ
จักษ์พยานของชีวิตคริสตชน... นักบุญเปาโลเองมักจะขอให้สัตบุรุษของท่านภาวนาเพื่อท่านเสมอ เพื่อว่าท่านจะได้ประกาศพระวรสารด้วยความอาจหาญและมั่นอกมั่นใจ
นอกจากการภาวนาแล้วยังจะต้องผนวกเอาการพลีกรรมเข้ามาไว้ด้วย เพราะคุณค่าในการช่วยให้รอดของการทนทุกข์ทรมานทุกชนิด
ที่ยอมรับและถวายแด่พระเจ้าด้วยความรักนั้น หลั่งไหลมาจากพลีกรรมของพระคริสต์ ผู้ทรงเรียกร้องสมาชิกทุกคนแห่งพระรหัสกายของพร
ะองค์ ให้เข้ามาร่วมในมหาทรมานของพระองค์ และรับทนจนสำเร็จในร่างกายของพวกเขา (เทียบ คส 1: 24) การเสียสละของบรรดาธรร
มทูตจักต้องได้รับการแบ่งปันและค้ำจุนโดยการเสียสละและการพลีกรรมของสัตบุรุษ...ผู้ป่วยเองสามารถเป็นธรรมทูตได้โดยถวายความทุกข์ทรมานนั้นแด่พระเป็นเจ้าเพื่อธรรมทูตทั้งหลาย
ความร่วมมือในงานแพร่ธรรมยังแสดงออกได้ ในการส่งเสริมกระแสเรียกให้เข้ามาเป็นธรรมทูต เพราะการประกาศพระวรสารต้องกา
รผู้ประกาศ การเก็บเกี่ยวต้องการคนงาน งานแพร่พระวรสารนั้น ส่วนใหญ่กระทำโดยชายและหญิงที่อุทิศตนตลอดชีพให้แก่กิจการของพร
ะวรสาร ด้วยความพร้อมที่จะเดินทางไปทั่วโลก เพื่อนำความรอดไปเผยแพร่... การมีธรรมทูต พระสงฆ์ นักบวชชายหญิง ครูคำสอนเพิ่
มย่อมเป็นเครื่องหมายที่แน่นอนแห่งพลังวังชาของพระศาสนจักร... การปลูกฝังกระแสเรียกให้เข้ามาเป็นธรรมทูต ควรจะต้องเริ่มตั้งแต่ในค
รอบครัวกับบรรดาลูกๆของตน ด้วยการมีชีวิตภาวนาที่เข้มข้น การรับใช้เพื่อนมนุษย์ และการมีส่วนร่วมด้วยใจกว้างในกิจกรรมของพระศา
สนจักร ซึ่งจะช่วยสร้างภาวะอันเอื้ออำนวยให้เกิดกระแสเรียกขึ้นในใจของเด็กและเยาวชนภายในครอบครัว พ่อแม่จะมีความชื่นชมยินดี ในวันที่บุตรชายหรือบุตรสาวของเขาได้ยินเสียงเรียกของพระเจ้า
การให้ทำให้เกิดสุขมากกว่าการรับ (กจ 20: 35) ความต้องการด้านวัตถุและเศรษฐกิจของมิสซังต่างๆนั้นมีมากมาย มิเพียงเพื่อก่อตั้งรากฐานของพระศาสนจักร เช่น วัด โรงเรียน
การฝึกอบรมครูคำสอนและสามเณรเท่านั้น แต่ยังเพื่อค้ำจุนกิจการเมตตาธรรม การศึกษาและการส่งเสริมมนุษยธรรมอีกด้วย... การเสียสละและการมีส่วนร่วมของบรรดาฆราวาสเป็นสิ่งที่ขา
ดเสียมิได้เพื่อเสริมสร้างพระศาสนจักร และแสดงให้เห็นประจักษ์ถึงความรักเมตตาธรรมของพวกเขาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
รูปแบบใหม่ของความร่วมมือกันในงานแพร่ธรรม... ในศตวรรษแรกๆ คริสตศาสนาแผ่กระจายออกไป ส่วนใหญ่ก็เพราะคริสตชนซึ่งเดินทางหรือไปตั้งหลักฐานอยู่ในดินแดนซึ่งพระ
คริสต์ยังไม่ได้รับการประกาศ ได้สำแดงความเชื่อของตนให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยความกล้าหาญ และได้ก่อตั้งชุมชนชาวคริสต์ในยุคแรกๆขึ้นมา... จึงเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม เมื่อคริสตชนฆราวา
สจะไปทำงานหรือตั้งหลักฐานในที่ที่คริสตศาสนายังไม่เป็นที่รู้จักเพราะจะเป็นโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในความเชื่อ และเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อนั้นอันจะเป็นเมล็ดพันธ์ในการก่อตั้งชุมชนชาวคริสต์ขึ้น เช่นเดียวกั
บยุคแรกๆของคริสตศาสนา
การสร้างชีวิตชีวาและการฝึกอบรมธรรมทูตในหมู่ประชากรของพระเจ้า...พระศาสนจักรท้องถิ่นจะต้องปลุกเร้าเรื่องความร่วมมือกันใ
นงานแพร่ธรรมในหมู่สัตบุรุษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเยาวชน โดยอาศัยสิ่งพิมพ์ อุปกรณ์โสตทัศนะต่างๆ ฯลฯ พระศาสนจักรท้อง
ถิ่นต้องใส่ใจในการฝึกอบรมธรรมทูต อบรมเรื่องกิจการแพร่ธรรมทั่วสากลโลกของพระศาสนจักร เรื่องศาสนสัมพันธ์ เรื่องของศาสนาที่สำคัญๆ และธรรมทูตวิทยา (missiology)
เราจะมีดวงจิตสงบนิ่งไปไม่ได้ เมื่อนึกถึงพี่น้องชายหญิงของเราอีกเป็นล้านๆคน ซึ่งได้รับการไถ่โทษแล้วเช่นกัน ด้วยพระโลหิตขอ
งพระคริสต์แต่ยังมีชีวิตอยู่ในความไม่รู้ถึงความรักของพระเจ้า สำหรับคริสตชนแต่ละคน เช่นเดียวกับสำหรับพระศาสนจักรทั้งมวลภาระหน้
าที่ในการแพร่ธรรมจักต้องมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเกี่ยวกับชะตานิรันดรของมนุษย์ และเป็นการสนอบตอบอย่างสอดคล้องกับแผนการอันลึกล้ำ และเปี่ยมด้วยเมตตาของพระเป็นเจ้า
งานแพร่ธรรมเรียกร้องให้ธรรมทูตให้มีชีวิตภายในในแบบเฉพาะเจาะจง คือ
1.ยอมตนให้พระจิตทรงนำไป 2.ดำเนินชีวิตตามธรรมล้ำลึกแห่งพระคริสต์ ผู้ถูกส่งมา
3.รักพระศาสนจักรและเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกับที่พระเยซูเจ้าทรงรักพวกเขา
4.ธรรมทูตที่แท้จริงคือ นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์
การแพร่ธรรมของคริสตชนเป็นสิ่งที่อยู่ในแผนการของพระเป็นเจ้าผู้ทรงเป็น แหล่งกำเนิดของความรัก ที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยมนุ
ษย์ที่ตกในบาป ในบริบทของแผนการนี้ พระเป็นเจ้าทรงค่อยๆ เผยแสดงพระองค์ ที่มีความหมายสูงสูด และเป็นเป้าหมายของชีวิตมนุษย์ ความปรารถนาในพระเป็นเจ้า จารึกอยู่ในหัวใจของมนุษย์ เพราะมนุษย์ได้รับการสร้างขึ้นมาโดยพระเป็นเจ้าและเพื่อพระเป็นเจ้า พร
ะองค์ไ ม่ทรงหยุดยั้งที่จะดึงดูดมนุษย์เข้ามาหาพระองค์ และในพระเป็นเจ้าเท่านั้นที่มนุษย์จะได้พบความจริง และความสุข ซึ่งมนุษย์แสวง
หาอยู่ไม่หยุดหย่อน (CCC 27) การเลือกของอับราฮัมเหมาะสำหรับรวบรวมมนุษย์ที่กระจัดกระจายไป และทำให้พวกเขาเป็น บิดาแห่งมนุษยชาติ โดยทางท่านบรรดาประชาชาติในแผ่
นดินนี้จะได้รับพระพร ซึ่งเป็นขั้นตอนอันแน่วแน่ของแผนการช่วยโลกให้รอดพ้นของพระเป็นเจ้า แต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ พระเป็นเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ให้มาบังเกิดจากหญิงผู้
หนึ่ง...เพื่อทรงไถ่... (กท 4: 4-5) พระเป็นเจ้าทรงกระทำให้พระสัญญาที่พระองค์ทรงกระท
ำกับอับราฮัมและลูกหลานของท่านสมบูรณ์โดยการส่งพระเยซูคริสตเจ้าลงมา ดังนั้น ในใจกลางของงานแพร่ธรรมเราจะพบแก่นแท้ในบุคลิกลักษณะในพระบุคคลของพระเยซูเจ้าชาวนาซาเ
ร็ธ พระบุตรแต่องค์เดียวของพระบิดา ผู้ทรงรับทรมานและสิ้นพระชนม์เพื่อเรา พระองค์ผู้ทรงกลับคือพระชนมชีพและสถิตกับเราตลอดไป ประวัติศาสตร์นี้เป็นตัวกำหนดงานแพร่ธรรมของ
คริสตชน เพราะพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพพระวจนาถของพระบิดา ทรงรับธรรมชาติ
มนุษย์และเสด็จมาประทับอยู่ในหมู่เรา...ทรงเปี่ยมด้วยพระหรรษทานและความจริง(ยน1:14) ทรงถูกส่งมาเพราะ พระเป็นเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก (ยน 3:16) พระเยซูคริสตเจ้า แสงสว่างส่องโลก (ยน 8:12,ลก 2:32) ทรงเป็นผู้ก่อตั้งงานแพร่ธรรมของคริสตชน การเป็นประจักษ์พยานของพระเยซูคริสตเจ้า และการปร
ะกาศพระองค์เป็นพระผู้กู้แต่พระองค์เดียวและเป็นสากล เป็นรูปแบบต่างๆของเนื้อหางานแพร่ธรรมของคริสตชน จุดมุ่งหมายของการประก
าศจะต้องเป็นพระคริสตเจ้าเสมอไป ผู้ทรงกระทำให้เราเป็นอิสระจากความชั่ว บาป และความตายได้อย่างสมบูรณ์ถาวร และโดยทางพร
ะองค์พระเป็นเจ้าเองได้ทรงสื่อสารกับเรา นี่คือข่าวดีที่มนุษย์ทุกคนในโลกมีสิทธิที่จะได้รับฟังและได้รู้ ในพระสมณสาร หลังการประชุมสมัชชา พระศาสนจักรในเอเชีย สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ได้แสดงพระเยซูคริสตเจ้าแก่ประชาชนชาวเอเชียว่าเป็นบุคคลผู้ซึ่ง เสด็จมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ (ยน 10:10) พระผู้ไถ่กู้โลกทรงบังเกิดในเอเชีย การประกาศพระองค์ในเอเชีย จึง
ต้องถือว่าเป็นพระพรแก่ชาวเอเชีย เพื่อจะกระทำให้การเผยแสดงของพระเป็นเจ้าในองค์พระเยซูคริสตเจ้าสมบูรณ์ ไม่ใช่การคัดค้านความ
ปรารถนาลึกๆที่อยู่ในมนุษย์ แต่การเผยแสดงนี้ ทำให้พอใจเกินความคาดหมายของหัวใจมนุษย์ที่หิวและกระหายพระเป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ทุ
กๆ เหตุผลของการประกาศพระเยซูคริสตเจ้าต้องไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นข้อเสนอให้สำหรับชาวเอเชีย เพราะสิ่งนี้จะเกิดผลได้ถ้าได้รับการยอมรับอย่างอิสระและโอบรับไว้ด้วยความรักเท่านั้น
การประกาศพระวรสารจึงต้องมีการไตร่ตรองอย่างจริงจัง ให้เข้าใจอย่างดีถึงธรรมชาติของต้นกำเนิดและจุดหมายปลายทาง คือประ
กาศชีวิตของเยซูคริสตเจ้า ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การถ่ายทอดสารแห่งพระวรสาร/การประกาศข่าวดี เป็นหน้าที่ของพระศาสนจักร ซึ่งเป็
นหน้าที่ของทุกสังฆมณฑลและของทุกคนที่รับศีลล้างบาป หน้าที่นี้จะดำเนินไปได้ด้วยดีจะต้องมีการอภิบาลผู้แพร่ธรรม มีลมหายใจที่มีชี
วิต เพื่อทำให้งานแพร่ธรรมเป็นความจริงที่สมบูรณ์ตามคำสอนและคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า ลมหายใจที่เป็นจิตวิญญาณของงานแพร่ธรรมคือ ชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรม
ชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรมประการแรกคือ : การกลับใจและความสุภาพถ่อมตน เป็นรูปแบบของความมั่นใจทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิต
เป็นความก้าวหน้าของการออกจากตนเองเพื่อเข้าสู่หนทางที่วกวน และอุปสรรคมากมายได้มากยิ่งขึ้น ในแบบอย่างของพระเยซูช่างไม้ผู้เป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า ในพระสมณสาร พระพันธกิจขององค์พระผู้ไถ่ ได้กล่าวถึงชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรมที่เรียกร้องให้ผู้แพร่ธรร
มได้ตระหนักถึงการเป็นผู้แพร่ธรรมที่แสดงออกถึงคุณลักษณะของชีวิตที่มีความครบครัน และความน่าเชื่อถือ (เทียบ RM 11,49,90) จึง
อาจกล่าวได้ว่าพระสมณสารฉบับนี้ทั้งฉบับได้เรียกร้องให้ผู้แพร่ธรรมมีชีวิตฝ่ายจิตที่เข้มข้น เพราะมีผลต่อความเป็นไปได้และความน่าเชื่อ
ถือของงานแพร่ธรรม งานการแพร่ธรรมเป็นปัญหาเรื่องความเชื่อ งานแพร่ธรรมเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อของเราในความรักต่อพระคริสตเจ้า ด้วยความสุภาพถ่อมตน พันธกิจการแพร่ธรรมเป็นปัญหาเรื่องความเชื่อ เป็นมาตรการวัดความเชื่อของเราในพระเยซูคริสตเจ้าและในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเราอย่างแน่นอน (RM11)
ในพระสมณกฤษฎีกา Ad Gentes ได้กล่าวถึงชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรมไว้ว่า ผู้แพร่ธรรมจะเข้าไปในชีวิตและภารกิจของพระผู้ที่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส เพราะฉะนั้น เขาต้องพร้อมที่จะยึดมั่นในกระแสเรียกของเขาตลอดชีวิต ต้องพร้อม
ที่จะสละทิ้งตนเองและทุกสิ่งที่เขามีจนถึงเวลานั้น ข้าพเจ้าเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน ...เจริญชีวิตตามพระวรสารอย่างแท้จริง มีความเ
พียรอดทน ความหนักแน่นมั่นคง ความอ่อนโยนและความรักที่จริงใจ เขาก็เป็นประจักษ์พยานประกาศพระคริสตเจ้า และถ้าจำเป็นก็ประ
กาศจนถึงกับยอมหลั่งโลหิต เขาจะได้รับความกล้าหาญและกำลังจากพระเป็นเจ้าเพื่อรู้ว่า ในการสู้ทนความทุกข์ยากลำบากมากมาย แ
ละความยากจนอย่างแสนสาหัสนั้น มีความชื่นชมอยู่อย่างล้นเหลือ(AG 24) ถือความซื่อสัตย์ต่อพระองค์ ถือความยากจนและความไม่ม
ีใจผูกพันกับโลก ไม่แสดงความสะทกสะท้านต่ออำนาจของโลกนี้ พูดสั้นๆ แต่คำเดียวคือ ถือความศักดิ์สิทธิ์
ผู้แพร่ธรรมต้องเน้นย้ำทุกวิธีปฏิบัติของชีวิตฝ่ายจิตคริสตชน เพราะเขาทำหน้าที่เป็นทูตของพระองค์ (AG 24) จิตตารมณ์การเป็น
ผู้แพร่ธรรมจึงต้องอยู่ในทุกๆกระแสเรียกของคริสตชน ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ นักบวช นักพรต หรือฆราวาส พระสงฆ์ทุกองค์จะต้องมีจิตใ
จและความรู้สึกนึกคิดเป็นผู้แพร่ธรรม เปิดใจออก พร้อมที่จะสนองความต้องการของพระศาสนจักร และของโลก (RM 67) พระศาสนจัก
รจะต้องให้คนได้รู้ถึงคุณค่าอันใหญ่หลวงของพระวรสาร ซึ่งพระศาสนจักรเป็นผู้เชิดชูอยู่ และไม่มีบุคคลใ ดจะสามารถเป็นประจักษ์พยานอย่างน่าเชื่อถือถึงคุณค่าเหล่านี้ได้ นอกจากผู้ที่ปฏิญาณตนจะดำเนินชีวิตตามคำปฏิญาณในการถือความบริสุทธิ์ ความยากจนและความนอบน้อมเชื่อฟัง โดยการถวายตนอย่างสิ้นเชิงแด่พระเป็นเจ้า พร้อ
มที่จะรับใช้มนุษย์และสังคมตามแบบฉบับของพระคริสตเจ้า (RM 69) การมีส่วนร่วมของฆราวาส
ที่ได้รับเรียกให้มาร่วมในกิจกรรมแพร่ธรรม ความจำเป็นที่สัตบุรุษทุกคนจะต้องเข้ามาแบ่งปันความรับผิดชอบ...เป็นสิทธิ์ และหน้าที่ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนศักดิ์ศรีซึ่งได้รับจากศีลล้างบาป ด้วยเหตุนี้ สัตบุรุษ
ฆราวาสย่อมมีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่ของพระเยซูคริสตเจ้า... มีพันธะโดยทั่วไป และมีสิทธิทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และในฐานะกลุ่มที่รวมกันเข้าเป็นสมาคม ที่จะปฏิบัติงานให้สารของพระเป็นเจ้าเ
รื่องความรอดพ้น ได้เป็นที่รู้จักและยอมรับของมนุษย์ทั้งปวงทั่วไปทั้งแผ่นดิน (RM 71) กระแสเรียก
สู่ความศักดิ์สิทธิ์ทั่วโลก มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับกระแสเรียกสู่การแพร่ธรรมทั่วโลก สัตบุรุษทุกคนได้รับเรียกให้เข้าสู่ความศักดิ์สิทธิ์และการแพร่ธรรม ...ชีวิตภายในของธรรมทูตในพระศาสนจักรคือหนทางไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ (RM 90) ในพระสมณสารพระพันธกิจพระผู้ไถ่นี้ยังได้กล่าวไว้อีกว่า
ธรรมทูต หากว่าเขาไม่ใช่ผู้พิศเพ่งภาวนาย่อมไม่สามารถประกาศพระคริสตเจ้าได้อย่างน่าเชื่อถือ ธรรมทูตคือประจักษ์พยานถึงประสบการณ์เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า และจะต้องสามารถพูดเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกได้ว่า เราประกาศเรื่องราวเกี่ยวกับพระวจนาถแห่งชีวิต... เราประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วย (RM 90)
คริสตชนทั้งหลายในฐานะสมาชิกของพระศาสนจักรโดยอาศัยศีลล้างบาป จะต้องรับผิดชอบร่วมกันในกิจกรรมแพร่ธรรม การมีส่ว
นร่วมของชุมชน และสัตบุรุษในสิทธิและหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า ความร่วมมือในการแพร่ธรรม (AG 77) + ความร่วมมือกันระหว่างพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช นักพรต ฆราวาส
+ ด้วยการดำรงชีวิตชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าเป็นส่วนตัว + มีชีวิตภายในที่มีความเชื่อลึกซึ้ง และมั่นคงในพระคริสตเจ้า
+ การแพร่ธรรมของแต่ละบุคคลเป็นมาตรการวัดความเชื่อของเขา
+ ผู้ที่บรรลุวุฒิภาวะในความเชื่อ และในชีวิตคริสตชน จะก่อให้เกิดความร่วมมือกันในการแพร่ธรรม
(เทียบ RM 11, 77) |