หน้าหลักเกี่ยวกับคณะฯโรงเรียนของคณะฯติดต่อคณะฯ

          พระพันธกิจของพระคริสต์   พระผู้ไถ่ ซึ่งได้หมอบหมายให้แก่พระศาสนจักร  ยังห่างไกลนักจากการบรรลุความสำเร็จ... อันบ่งบอกถึงความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องเร่งทำงานแพร่ธรรม... ความกระตือรือร้นในการแพร่ธรรม จึงเป็นสิ่งที่มีอยู่โดยธรรมชาติอย่างชิดสนิทในชีวิตของคริสตชน ...ฆราวาสได้ผูกพันตนเข้ามาช่วยในงานแพร่พระวรสาร ... ทำให้เกิดสำนึกใหม่อันมั่นคงว่างานแพร่ธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคริสตชนทุกคน  ทุกสังฆมณฑล ทุกวัด ทุกสถาบัน  และทุกหน่วยงานของพระศาสนจักร (RM 1)

          ดูเหมือนพันธกิจอันเฉพาะเจาะจงและ “มุ่งสู่นานาชาติ” (ad gentes) อันหมายถึงงานธรรมทูตของพระศาสนจักรนั้น จะมีความขยันขันน้อยลง.. อ่อนเปลี้ยลง...นี่เป็นเหตุการณ์ซึ่งควรจะต้องก่อความกระวนกระวายใจให้เกิดแก่ทุกผู้ทุกคนที่เชื่อในพระคริสต์...พลังรุดหน้าใน การแพร่ธรรมได้เป็นเครื่องหมายแห่งความมีชีวิตชีวาของพระศาสนจักรเสมอมา ทำนองเดียวกับที่ความอ่อนเปลี้ยก็คือเครื่องหมายแห่งวิกฤติการณ์ทางความเชื่อ  (RM 1)

          ความเชื่อย่อมมั่นคงขึ้น เมื่อเราให้ความเชื่อออกไป...งานธรรมทูตนั้นมีจุดมุ่งหม ายแต่เพียงอย่างเดียว คือรับใช้เพื่อนมนุษย์ เพราะเป็นการนำพระเยซูคริสต์ไปให้กับเพื่อนพี่น้อง  พระองค์จะบันดาลให้พวกเขาได้รู้จักตนเองอย่างเต็มที่ ได้รู้จักศักดิ์ศรีของตน  และรู้ความหมายของการดำรงชีวิตในโลก

          พระเป็นเจ้าทรงเปิดขอบฟ้ามนุษยชาติให้พระศาสนจักรได้เห็น ในลักษณะพร้อม กว่าเดิมที่จะรับการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพระวรสาร  ข้าพเจ้าประมาณว่าถึงเวลาแล้วที่จะรวมพลังทั้งหมดของพระศาสนจักรในการแพร่พระวรสารครั้งใหม่นี้และในการปฏิบัติพัน ธกิจการแพร่ธรรมสู่นานาชาติ (ad gentes) ไม่มีใครสักคนเดียวที่เชื่อในพระคริสต์ หรือสถาบันใดของพระศาสนจักรที่จะสามารถถอนตัวออกไปได้จากหน้าที่อันสูงส่งนี้ คือ  การประกาศพระคริสต์แก่ประชากรทั้งมวล

          คริสตชนทุกคน ในฐานะสมาชิกของพระศาสนจักร  โดยอาศัยศีลล้างบาป จะต้องร่วมรับผิดชอบในงานแพร่ธรรม...ความร่วมมือในง านแพร่ธรรมนี้  ก่อนอื่นหมดจะต้องอยู่ที่การมีชีวิตที่ชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์เป็นการส่วนตัว เช่นเดียวกับที่กิ่งองุ่นติดอยู่กับลำต้ นองุ่น (เทียบ ยน 15: 5) เพราะจะเป็นการเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวเอง  อันจะช่วยให้งานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรบังเกิดผลอันอุดม

          การมีส่วนร่วมในงานแพร่ธรรม จะต้องเป็นเครื่องหมายแห่งวุฒิภาวะในความเชื่อและในชีวิตคริสตชน โดยขยายมิติแห่งเมตตาธรรมข องตนออกไปอย่างกว้างขวาง  แสดงความกังวลห่วงใยต่อผู้ที่อยู่ไกลจะภาวนาเพื่อมิสซังต่างๆและเพื่อกระแสเรียกของธรรมทูต จะติดตามกิจกรรมของธรรมทูตด้วยความสนใจ

          ในบรรดารูปแบบต่างๆของความร่วมมือในงานแพร่ธรรม  คือความร่วมมือฝ่ายจิต อันได้แก่การภาวนา  การทำพลีกรรม  การเป็นประ จักษ์พยานของชีวิตคริสตชน... นักบุญเปาโลเองมักจะขอให้สัตบุรุษของท่านภาวนาเพื่อท่านเสมอ เพื่อว่าท่านจะได้ประกาศพระวรสารด้วยความอาจหาญและมั่นอกมั่นใจ

          นอกจากการภาวนาแล้วยังจะต้องผนวกเอาการพลีกรรมเข้ามาไว้ด้วย  เพราะคุณค่าในการช่วยให้รอดของการทนทุกข์ทรมานทุกชนิด ที่ยอมรับและถวายแด่พระเจ้าด้วยความรักนั้น  หลั่งไหลมาจากพลีกรรมของพระคริสต์  ผู้ทรงเรียกร้องสมาชิกทุกคนแห่งพระรหัสกายของพร ะองค์  ให้เข้ามาร่วมในมหาทรมานของพระองค์ และรับทนจนสำเร็จในร่างกายของพวกเขา (เทียบ คส 1: 24) การเสียสละของบรรดาธรร มทูตจักต้องได้รับการแบ่งปันและค้ำจุนโดยการเสียสละและการพลีกรรมของสัตบุรุษ...ผู้ป่วยเองสามารถเป็นธรรมทูตได้โดยถวายความทุกข์ทรมานนั้นแด่พระเป็นเจ้าเพื่อธรรมทูตทั้งหลาย

          ความร่วมมือในงานแพร่ธรรมยังแสดงออกได้  ในการส่งเสริมกระแสเรียกให้เข้ามาเป็นธรรมทูต  เพราะการประกาศพระวรสารต้องกา รผู้ประกาศ   การเก็บเกี่ยวต้องการคนงาน งานแพร่พระวรสารนั้น  ส่วนใหญ่กระทำโดยชายและหญิงที่อุทิศตนตลอดชีพให้แก่กิจการของพร ะวรสาร ด้วยความพร้อมที่จะเดินทางไปทั่วโลก เพื่อนำความรอดไปเผยแพร่... การมีธรรมทูต พระสงฆ์  นักบวชชายหญิง ครูคำสอนเพิ่ มย่อมเป็นเครื่องหมายที่แน่นอนแห่งพลังวังชาของพระศาสนจักร... การปลูกฝังกระแสเรียกให้เข้ามาเป็นธรรมทูต ควรจะต้องเริ่มตั้งแต่ในค รอบครัวกับบรรดาลูกๆของตน ด้วยการมีชีวิตภาวนาที่เข้มข้น  การรับใช้เพื่อนมนุษย์ และการมีส่วนร่วมด้วยใจกว้างในกิจกรรมของพระศา สนจักร ซึ่งจะช่วยสร้างภาวะอันเอื้ออำนวยให้เกิดกระแสเรียกขึ้นในใจของเด็กและเยาวชนภายในครอบครัว   พ่อแม่จะมีความชื่นชมยินดี ในวันที่บุตรชายหรือบุตรสาวของเขาได้ยินเสียงเรียกของพระเจ้า

          “การให้ทำให้เกิดสุขมากกว่าการรับ” (กจ 20: 35) ความต้องการด้านวัตถุและเศรษฐกิจของมิสซังต่างๆนั้นมีมากมาย มิเพียงเพื่อก่อตั้งรากฐานของพระศาสนจักร  เช่น วัด โรงเรียน   การฝึกอบรมครูคำสอนและสามเณรเท่านั้น แต่ยังเพื่อค้ำจุนกิจการเมตตาธรรม  การศึกษาและการส่งเสริมมนุษยธรรมอีกด้วย... การเสียสละและการมีส่วนร่วมของบรรดาฆราวาสเป็นสิ่งที่ขา ดเสียมิได้เพื่อเสริมสร้างพระศาสนจักร และแสดงให้เห็นประจักษ์ถึงความรักเมตตาธรรมของพวกเขาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

           “รูปแบบใหม่ของความร่วมมือกันในงานแพร่ธรรม”... ในศตวรรษแรกๆ คริสตศาสนาแผ่กระจายออกไป  ส่วนใหญ่ก็เพราะคริสตชนซึ่งเดินทางหรือไปตั้งหลักฐานอยู่ในดินแดนซึ่งพระ คริสต์ยังไม่ได้รับการประกาศ ได้สำแดงความเชื่อของตนให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยความกล้าหาญ และได้ก่อตั้งชุมชนชาวคริสต์ในยุคแรกๆขึ้นมา...  จึงเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม เมื่อคริสตชนฆราวา สจะไปทำงานหรือตั้งหลักฐานในที่ที่คริสตศาสนายังไม่เป็นที่รู้จักเพราะจะเป็นโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในความเชื่อ และเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อนั้นอันจะเป็นเมล็ดพันธ์ในการก่อตั้งชุมชนชาวคริสต์ขึ้น เช่นเดียวกั บยุคแรกๆของคริสตศาสนา

          “การสร้างชีวิตชีวาและการฝึกอบรมธรรมทูตในหมู่ประชากรของพระเจ้า”...พระศาสนจักรท้องถิ่นจะต้องปลุกเร้าเรื่องความร่ว