|
ความศรัทธาภักดีต่อแม่พระมหาทุกข์ได้แพร่หลายในหมู่มวลสัตบุรุษก่อนที่จะนำมาใช้ในพิธีกรรมเสียอีก โดยเฉพะอย่างยิ่งได้รับก ารเผยแพร่จากคณะนักบวชผู้รับใช้พระแม่มารีย์หรือ Serviti ตั้งแต่ปี 1238 โดยใช้พระรูป แม่พระมหาทุกข์กำลังยืนอยู่ที่เชิงกาง เขนของพระเยซูเจ้า (Stabat Mater) เป็นศูนย์กลายแห่งความศรัทธาภักดีของสมาชิกต่อพระนางมารีย์
ในพระศาสนจักรตะวันตก มีการรำลึกถึงมหาทุกข์ของแม่พระปีละ 2 ครั้งด้วยกัน คือในวันศุกร์ของอาทิตย์พระมหาทรมาน(อาทิตย์ก่อนอาทิตย์ศักดิ์สิทธิ์)ครั้งหนึ่งและในวันที่ 15 กันยายนอีกครั้งหนึ่ง การรำลึกถึ
งแม่พระมหาทุกข์ในวันศุกร์ของอาทิตย์พระทรมานนั้น เป็นวันฉลองที่เก่าแก่กว่า และทำการฉลองกันที่เมืองโคโลญน์ ประเทศเยอรมันนีในปี 1413 และต่อมาก็ที่เมืองอื่นๆในทวีปยุโรปในปลายศตวรรษที่ 15
ในสมัยกลางโดยเริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 มีความศรัทธาภักดีอีกอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างแพร่หลายต่อแม่พระมหาปีติ ๕ ประการของพระนางพรหมจารีมารีย์ ต่อมาจาก 5 ประการ ก็เพิ่มเป็น 7 เป็น 9 และเป็น 15 ปร
ะการ แต่ว่าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็เป็น 7 ประการ
มหาทุกข์ของแม่พระที่รำลึกถึงนี้ ก็จะเป็นพระมหาทรมานของพระบุตรของพระนาง และเมื่อวันฉลองนี้ได้แพร่ขยายไปสู่พระศาสนจักรตะวันตกทั้งหมดในปี 1727 ภายใต้ชื่อเรียกว่า แม่พระมหาทุกข์ ๗ ประการ
การฉลองแม่พระมหาทุกข์นี้ชวนเราให้รำพึงถึงความทุกข์เจ็บปวดรวดร้าวของพระมารดาของพระบุตรพระเจ้า 7 ประการด้วยกันที่มีพู
ดถึงในพระวรสาร เป็นพระสันตะปาปาปีโอที่ 7 ในปี 1814 ที่ได้นำการฉลองแม่พระมหาทุกข์เข้ามาในพิธี กรรมของพระศาสนจักรสากล เพื่
อเป็นการรำลึกถึงความทุกข์ยากลำบากที่จักรพรรดินโปเลียนได้ทำต่อพระศาสนจักร และโดย เฉพาะอย่างยิ่งที่ได้ทำต่อองค์ประมุขของพระศาสนจักร
การมีส่วนร่วมในความทุกข์ยากลำบากที่พระมารดาของพระผู้ไถ่ได้มีร่วมกับพระบุตรของพระนาง
ในงานช่วยมนุษย์ให้รอดนั้น(ลก2:33-35)โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์พยานในชั่วโมงที่พร
ะองค์ถูกตรึงที่ไม้กางเขน ตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น ซึ่งได้รับพระนางมาเป็นมารดาของตนและของมนุษยชาติ (ยน 19:25-27)
ในปัจจุบัน การฉลองหรือการระลึกถึงแม่พระมหาทุกข์นี้เรามุ่งมาที่ตัวพระนางเองพระมารดาผู้เต็ม
เปี่ยมไปด้วยความทุกข์ และยัญบูชาของพระคริสตเจ้าซึ่งพระนางเองได้ถวายแด่พระบิดาพร้อมๆกับพระบุตร และเป็นอิริยาบถอันนี้เองที่ได้แสดงออกมาในรูปของศิลปะที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปทั่วโลก คือ รูป Pieta โดยฝีมือของจิตกรเอกของโลก ไมเคิ้ล แองเจลโล อันแสดงให้เห็นถึง การเป็นมรณสักขี ที่อยู่ข้างในจิตใจขอ
งพระมารดาของพระผู้ถูกตรึงที่ไม้กางเขน
การนับไล่เรียง มหาทุกข์ ของแม่พระทั้ง 7 ประการ มีลำดับดังนี้
1.คำทำนายของผู้เฒ่าสิเมโอน...เวลานั้นที่กรุงเยรูซาเล็ม ชายผู้หนึ่งชื่อสิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า...ท่านได้
กล่าวแก่พระนางมารีย์ พระมารดาว่า...ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจท่าน (ลก 2: 25-35)
2.การหนีไปประเทศอียิิปต์...จงลุกขึ้น พาพระกุมารและพระมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และจงอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกท่าน... (มธ 2: 13)
3.การหายไป ๓ วันของพระเยซูเจ้า... ลูกเอ๋ย ทำไมจึงทำกับเราเช่นนี้? ดูซิ พ่อกับแม่ต้องกั
งวลใจตามหาลูก (ลก 2: 48)
4.หนทางกางเขนสู่กาลวารีโอ... พระเยซูเจ้าทรงแบกไม้กางเขน เสด็จออกไป...(ยน 19:
18)...ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ไป รวมทั้งสตรีกลุ่มหนึ่งซึ่งข้อนอกคร่ำครวญถึงพระองค์ (ลก 23: 27)
5.พระเยซูเจ้าถูกตรึงกางเขน... เมื่อพวกเขามาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธา (มธ 27: 33)...พวกเขาตรึงพระองค์บนไ
ม้กางเขนที่นั่น... พระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ข้างไม้กางเขน (ยน 19: 18, 25)
6.การอัญเชิญพระศพลงจากกางเขน... โยเซฟชาวอาริมาเธีย...ขออนุญาตปีลาตอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าลงจากกางเข
น...แล้วมอบพระองค์ให้กับพระมารดา... (เทียบ ยน 19: 38)
7.การฝังพระศพพระเยซูเจ้าในพระคูหา... พระทัยของพระแม่ช่างทุกข์โศกสักเพียงใด โอ้พระมารดาแห่งมหาทุกข์ เมื่อโยเซฟ
ชาวอาริมาเธียได้หุ้มห่อพระองค์ด้วยผ้าป่านและนำไปวางไว้ในพระคูหา (เทียบ ลก 23: 53)
แม่พระมหาปีติ 7 ประการ
1.ทูตสวรรค์เข้าแจ้งข่าวแก่พระนางมารีย์
2.พระเยซูเจ้าประสูติ
3.พญาสามองค์เข้ามาถวายของกำนัลแด่พระกุมาร
4.พระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพ
5.พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์
6.พระจิตเจ้าเสด็จลงมายังอัครสาวกและพระนางมารีย์
7.พระนางมารีย์ได้รับมงกุฎในเมืองสวรรค์
คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ
1. ให้เราพยายามรักษาความชิดสนิทสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้า แม้ในขณะที่เรากำลังแบกกางเขนอยู่
2. ให้เราเรียนรู้จากพระมารดามารีย์ ให้รู้จักทำให้น้ำพระทัยของพระบิดาเจ้าได้สำเร็จไป
3. ในพิธีบูชาขอบพระคุณ ให้เรารู้จักถวายตัวเราเองแด่พระบิดาเจ้าด้วยความรักตามประสาลูก
4. ข้าแต่พระนางมารีย์ โปรดช่วยเสนอวิงวอนให้เราทุกคนได้รับความรอดนิรันดร์ในองค์พระคริสตเจ้า
|