หน้าหลักเกี่ยวกับคณะฯโรงเรียนของคณะฯติดต่อคณะฯ

          ความปรารถนาของชีวิตของเรามนุษย์ในแต่ละคนนั้นย่อมจะแตกต่างกันออกไปเช่นต้องการเป็นโน่นเป็นนี่ ต้องการได้อย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ และแต่ละคนอาจจะต้องพบกับความขัดแย้งที่รุนแรงต่างกัน จึงควรที่จะต้องฝึกฝนจิตวิญญาณของตนให้กอร์ปด้วยคุณธรรมฤทธิ์กุศลเพื่อจะเป็นและจะได้ในสิ่งที่ถูกต้องไม่เป็นการเอาเปรียบคนอื่น เพราะมีบางคนซึ่งมีนิสัยโลภชอบอะไรที่เกินเลยความต้องการของตนในขณะที่ไม่ชอบการมักมากทางกามารมณ์ มีบางคนที่มีนิสัยหยิ่งผยอง แต่ก็ไม่เคยขโมยเล็กขโมยน้อย มีบางคนที่ไม่ชอบความสนุกสนานทางเนื้อหนัง แต่ก็มีนิสัยที่ตระหนี่ถี่เหนียว มีบางคนที่รู้สึกเฉยๆกับเครื่องประดับภายนอก แต่ก็มักจะปล่อยให้จิตใจลอยไปลอยมาอย่างไม่มีแก่นสาร มีบางคนที่

          ชอบดื่มของมึนเมา แต่ก็ไม่มีนิสัยที่หยิ่งจองหอง มีบางคนที่ไม่ได้มีนิสัยที่มักมากในกามารมณ์ แต่ในหัวใจของเขามีแต่ความหลอกลวงหน้าไหว้หลังหลอก มีบางคนไม่ชอบความฟุ่มเฟือยและความเกินพอ แต่ก็มักจะชอบพูดไม่ดีถึงเพื่อนพี่น้อง พวกเราหลายๆคนมักจะสามารถหนีจากพยศชั่วอันหนึ่งได้ แต่ก็มักจะไปตกอยู่ในกับดักของพยศชั่วอีกอันหนึ่ง

          มีพยศชั่วหลายๆรูปแบบที่มักจะค่อยๆล่อลวงเรามนุษย์ที่ละเล็กละน้อย เริ่มจากให้ค่อยๆตกอยู่ในบาปเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยๆจูงไปสู่บาปที่ใหญ่ขึ้นๆ และเมื่อเจ้ามารปีศาจต้องการที่จะเอาชนะใครบางคน ก่อนอื่นมันจะพินิจพิเคราะห์ดูว่าคนๆนั้นมีความเอนเอียงไปทางพยศชั่วประการใด ก็จะทำให้ชอบและสนุกกับบ่วงแร้วที่มันวางเป็นกั บดักอยู่ซึ่งจะทำให้คนๆนั้นไม่อยากที่จะออกจากความสนุกสนานอันนั้นหลังจากที่ได้ลองเสพแล้ว เพราะว่าเจ้าศัตรูที่ฉลาดแกมโกงและเก่งฉกาจในการล่อลวงตนนี้รู้ดีว่าพันธะชนิดใดที่จะสามารถมัดเราไม่ให้ดิ้นหลุดออกไปไ ด้ มันจะไม่ใช้การบังคับให้เรายอมตามการล่อลวงของมัน เพราะถ้าหากมันทำเช่นนี้ ไม่ช้าไม่เร็วจิตวิญญาณของเราก็จะสามารถสลัดหลุดออกมาได้ไม่ยาก ดังนั้นมันจึงใช้วิธีการที่แยบยลกว่า ด้วยการกอดรัดและเอาอกเอาใ จคนที่มันต้องการด้วยสิ่งที่ประโลมใจและให้ความสนุกสนานซึ่งจะทำให้คนๆนั้นรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน

          ถึงกระนั้นด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้าซึ่งเปรียบเสมือนเป็นผู้นำของเรา ดวงวิญญาณของเราก็จะสามา รถปลดปล่อยตัวเราเองให้หลุดออกจากบ่วงแร้วทั้งปวงของศัตรู แต่ว่าในขณะนี้ แม้จะโดนยึดเหนี่ยวจากบ่วงแร้วของพยศชั่วต่างๆ เราก็ยังเป็นสุข และแม้กระทั่งยังรู้สึกภูมิใจของการเป็นทาสรับใช้พยศชั่วต่างๆเหล่านั้นอีกด้วย เช่น ในกรณีของคนที่ถูกความอิจฉาริษยาครอบงำ แต่ไม่ยอมให้ค วามใคร่ในกามารมณ์มาเกาะกินใจ ก็จะเชื่อว่าตัวเองเป็นอิสระจากพยศชั่วต่างๆ บ่วงแร้วที่มารปีศาจวางเป็นกับดักในตัวมนุษย์นั้น มักจะถูกบังซ่อ นไว้ไม่ให้เจ้าตัวได้แลเห็น พระเจ้า พระผู้พระทัยดีอย่างยิ่ง ทรงพอพระทัยที่จะวางภาระแบบนี้ให้กับเรามนุษย์ตามกำลังความสามารถของแต่ละคนเพื่อเป็นการทดลอง

          ในพระคัมภีร์พระธรรมเก่า มีเรื่องเล่าว่าขณะที่ชนชาวยิวกำลังสร้างพลับพลา ทั้งคนจนและคนรวย ต่างก็ถวายของบางสิ่งบางอย่าง เพื่อจะไ ด้มีส่วนร่วมในการช่วยทำให้สิ่งของนั้นได้รับพระพรจากพระเจ้า แต่ละคนจะถวายสิ่งของตามฐานะของตน เช่นสำหรับคนที่มีฐานะ ก็จะถวายทอง คำ สิ่งประดับที่มีค่า ฯลฯ แต่สำหรับคนที่มีฐานะไม่สู้ดี ก็จะถวายพรม หนังสัตว์ ฯลฯ สตรีที่ฐานะดีก็จะถวายผ้าไหม ส่วนสตรีที่ยากจนหน่อย ก็จะถวายผ้าที่ทอด้วยขนแกะ และดังนี้ของประดับทั้งหลายทั้งปวงบนพระแท่นบูชา ก็ จะได้รับการตกแต่งจากของกำนัลทั้งของคนรวยและคนจนเหมือนๆกัน แล้วนั้นโมเสสก็อวยพรของกำนัลเหล่านั้นทั้งหมด (อพย 25…)

          และพระเจ้าได้ทรงรับคำปฏิญญาของแต่ละคนทั้งของคนจนและคนรวยเช่นเดียวกับที่พระองค์จะทรงรับคำ อธิษฐานภาวนาและคำปฏิญญาของเราแต่ละคนด้วย เนื่องด้วยเจ้าปีศาจมารร้ายศัตรูตัวฉกาจของเราจ้องที่จะทำร้ายและทำลายเราอยู่บ่อยๆ ส่วนพระเจ้าก็เฝ้าตามหาเราอย่างไม่ย่อท้อเพื่อนำเราไปสู่ความรอดพ้น เช่นเดียวกั บที่โจรผู้ร้ายที่ถูกตรึงอยู่ข้างขวาของพระเยซูเจ้าที่กลับใจ เพียงแต่ทำการยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นบุตรพระเจ้า ก็ได้กลายเป็นชาวเมืองแห่งสวรรค์ ส่วนโจรผู้ร้ายอีกคนหนึ่ง เพียงแต่ด้วยคำพูดที่สบประมาทพระเจ้า ก็ได้กลายเป็นนักโทษแห่งขุมทรมานในนรก และในกรณีของมีเรียม น้องสาวของโมเสส เพราะพูดไม่ดี แม้เป็นถึงประกาศกหญิง ก็ถูกลงโทษให้เป็นโรคเรื้อน นี่เป็นโทษที่คนที่พูดไม่ดีเหล่านี้ได้รับ เพราะเพียงแต่ได้พูดไม่ดีถึงคนอื่น

          ให้เราได้เรียนรู้จากพระคัมภีร์ว่าความงดงามแห่งความจริงจะสูญเสียไป เมื่อถูกหุ้มห่อด้วยความไม่ดีหรือความชั่ว และแม้แต่อาหารก็สามาร ถทำลายชีวิตมนุษย์ได้ ถ้าถูกเจือปนด้วยยาพิษ เรามีตัวอย่างจากเรื่องราวของมีเรียม ประกาศกหญิง โรคเรื้อนได้เกาะกินร่างกายของนางทางภาย นอก เนื่องจากว่าโรคเรื้อนแห่งบาปได้เกาะกินจิตวิญญาณของนางจากภายในก่อน จากความชั่วอันน่าขยะแขยงที่สุดของโรคเรื้อน ก็เป็นบทเรียน สำหรับพวกเราว่าช่างชั่วร้ายและน่ารังเกียจสักเพียงใดที่พยศชั่วประการนี้ของการพูดไม่ดีถึงคนอื่นนั้น ได้นำมาให้ ร่างกายที่ถูกมองเห็นว่าถูกกัดกิ นจากโรคเรื้อน เป็นเสมือนกระจกที่ส่องให้เห็นถึงความด่างพร้อยของดวงวิญญาณที่เรามองไม่เห็นว่าเป็นเช่นใด โดยผ่านทางร่างกายภายนอก น างก็ได้เริ่มเข้าใจสภาพภายในจิตใจที่แท้จริงของตัวเอง ในเมื่อเธอได้ปฏิบัติโดยออกอาการต่อต้านโมเสส ผู้เป็นพี่ชาย ร่างกายของเธอจึงได้ปฏิบั ติการต่อต้านตัวเธอด้วย และจากสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเธอเองในขณะนั้น เธอจึงควรจะได้เรียนรู้ว่าจะต้องปฏิบัติเรื่องของความรักต่อผู้อื่นอย่างไร

          ขอให้เราได้เรียนรู้จากตัวอย่างดังกล่าวเพื่อให้เราได้ปลูกฝังสิ่งดีๆและความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนพี่น้องของเรา ถ้าหากมีเรียม น้องสาวของโ มเสส รู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ พระเจ้าเองก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนกันกับสิ่งที่เธอได้ทำกับพี่ชายของเธอเองซึ่งอาจจะร้ายแ รงกว่าถ้าหากเธอจะได้ทำกับคนอื่น สิ่งร้ายๆหลายๆสิ่งอาจจะเกิดขึ้นกับใครบางคน ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขาคนนั้นได้ทำสิ่งไม่ดีกับเพื่อนพี่น้อง หลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน เพราะเขาคนนั้นได้ยอมให้ตัวเองกลายเป็นศัตรูกับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้อง จึงทำให้ร่างกายของเขาเองก็ได้กลายเ ป็นศัตรูกับตัวเขาด้วย ทั้งนี้เพื่อว่าเขาจะได้สามารถเรียนรู้จากสิ่งผิดปรกติของร่างกายของเขาในการแสวงหาสันติภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับคนอื่น

          ถ้าหากมีคนหลอกลวงมาพูดเรื่องไม่ดีให้ท่านฟัง และท่านก็ยินดีรับฟัง การทำร้ายซึ่งเขาอยากจะลง มือกระทำด้วยลิ้นของเขานั้น ท่านก็ได้รับเอาไว้ในที่ลับให้เข้าไปในหูของท่าน ท่านก็ทำการผสมผสานเชื้อร้ายที่ขมขื่นของเขานี้กับดวงวิญญาณของท่านเอง...จากที่ใดที่ความตายได้เข้ามาสู่โลกมนุษย์ ถ้ามิใช่ มาจากหูของเอวาซึ่งเมื่องูวายร้ายตัวนั้นได้เริ่มพูดจาปราศรัย ก็พร้อมที่จะรับฟังเจ้างูร้ายตัวนั้นมิใช่หรือ?...เนื่องจากว่าเจ้ามารปีศาจร้ายสามารถฆ่าใครบางคนที่นิ่งเงียบอยู่ได้โดยอาศัยปากหรือคำพูดของคน อื่น และเขาคนนั้นซึ่งไม่สามารถทำลายคนอื่นได้ด้วยคำพูดของตนเอง ก็จะฆ่าเขาด้วยการได้ยินได้ฟัง เจ้าปีศาจมารร้ายเห็นคนที่ไม่ยอมทำผิดเพราะคำพูด มันก็จะฆ่าด้วยการใช้ความคิดของคนๆนั้นเอง

          กลุ่มฝนกลุ่มเดียวกันรดให้หญ้าชุ่มชื้นหรืออาจจะทำให้หญ้านั้นเป็นพิษก็ได้ เนื่องจากว่าธรรมชาติข องน้ำนั้นเป็นสิ่งดีทั้งในสองกรณี แต่ถึงกระนั้นน้ำที่ดีก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีของหญ้าที่เป็นพิษก็ได้ เจ้างูร้ายที่ได้น้ำที่ดีเลี้ยงดู ก็อาจจะดูอ่อนโย นและน่ารัก แต่ทันทีทันใดถ้าหากมันไม่พอใจและรู้สึกโกรธขึ้นมา มันก็จะทำร้ายขั้นสาหัสต่อคนหรือสิ่งที่มายั่วยุมัน เราต้องไม่ลืมว่าหลายๆครั้งภา ยใต้ความอ่อนหวานของคำพูด ก็มีความขมขื่นที่ทำให้ตายได้ซ่อนเร้นอยู่ก็เป็นได้ และเพื่อที่จะหลอกลวงคนซื่อๆ เจ้างูร้ายโบราณก็ได้ใช้กลอุบา ยของการใช้ลิ้นด้วยคำพูดที่หวานๆ พวกเราก็มีตัวอย่างของยูดาส อิสคาริโอธ ผู้ทรยศ ซึ่งได้ปิดบังซ่อนเร้นการทรยศของตนด้วยการจูบแบบทักท ายตามประสาเพื่อนรัก ดูเหมือนว่าจะเป็นการทักทายให้สันติภาพแก่กัน แต่ภายในจิตใจกลับเป็นการซ่อนเร้นซึ่งการทรยศต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า พร ะผู้ซึ่งพยายามที่จะเอาชนะใจของมนุษย์ทุกๆคนด้วยความรักและเมตตา ถ้าหากว่าการหลอกลวงแบบที่กล่าวมานี้ ได้ถูกใช้กับพระผู้สร้างเองแล้วไซร้ เจ้ามารปีศาจวายร้ายจะไม่นำเอามาใช้กับพวกเรามนุษย์ดอกหรือ?

          เจ้าคนโง่เอ๋ย มีใครจะต้องถูกสาปแช่งมากกว่าคนพูดโกหกและมากกว่าคนที่ชอบฟังคำพูดที่ไม่มีมูล? พระผู้ไถ่ของเราได้ทรงยอมมอบพระ องค์เองให้สิ้นพระชนม์ตามพระประสงค์ของพระองค์เอง และไม่ทรงยอมฟังพยานเท็จ พระองค์ได้ทรงเผยพระโอษฐ์ของพระองค์เพื่อลิ้มรสน้ำผส มกับเหล้าองุ่น ได้ทรงปิดพระกรรณไม่ยอมฟังคำพูดของคนชั่ว พระผู้ได้ทรงเสนอพระโอษฐ์ของพระองค์เพื่อบรรจงจูบผู้ทรยศ ก็ไม่ทรงยอมตอบ คำถามของผู้หลอกลวง แม้ว่าท่านอาจจะเสนอปากของท่านเพื่อที่จะจูบคนที่พูดไม่ดี แต่ก็อย่ายอมให้หูของท่านฟังเรื่องไม่ดี เพราะถ้าท่านเสนอ ปากของท่านให้กับพวกเขา จูบที่พวกเขาได้รับ ก็จะกล่าวฟ้องพวกเขาเอง แต่ถ้าท่านยอมฟังเรื่องไม่ดี การได้ลิ้มรสคำพูดที่ไม่ดีของพวกเขา ก็จะเ ข่นฆ่าท่าน เป็นการดีกว่าที่จะหลีกเลี่ยงทั้งการลิ้มรสและการดมกลิ่นสิ่งที่อาบยาพิษของพวกเขา ทำไมท่านจึงเบือนหน้าหนีจากหมอกควัน แต่กลับไปฟังคนพูดโกหกด้วยความยินดีมักรู้มักเห็นเล่า? ท่านเบือนหน้าหนีจากกลิ่นที่เหม็นเน่า แต่ถึงกระนั้นท่านก็ยังยอมนั่งฟังคนพูดไม่ดีถึงคนอื่น เป็ นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ท่านควรจะเฝ้าระวังอวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายของท่านจากสิ่งที่จะสามารถทำร้ายได้ ถ้าร่างกายของท่านไม่ชอบความสนุกสนานทางเนื้อหนัง ก็จงใส่เกราะกำบังให้กับลิ้นของท่านที่จะไม่พูดให้ร้ายคนอื่น เพร าะคนที่ไม่ชอบความสนุกสนานทางเนื้อหนัง ก็อาจจะชอบพูดโกหกและชอบดูหมิ่นคนอื่น ท่านอาจจะมีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแอ แต่อวัยวะส่วนอื่นๆยังแข็งแรงเข้มแข็ง แต่ถ้าเมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งมีปัญหา ทั้งร่างกายก็จะ มีปัญหาด้วย ให้เราลองมองดูทหาร ทั้งร่างกายของตัวทหารเองจะได้รับการปกป้องจากเสื้อเกราะมิใช่หรือ? แต่ถึงกระนั้นมันก็อาจจะสามารถเกิดขึ้นได้ว่าเขาจะได้รับบาดแผลจากความไม่ระมัดระวัง เพราะอาจจะมีช่องว่างให้อาวุธข องศัตรูเล็ดลอดเข้ามาหาร่างกายของเขาได้อันอาจจะทำให้ถึงตาย เช่นเดียวกันเราแต่ละคนก็อาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมเสี่ยงตายสำหรับวิญญาณของเรา ถ้าหากว่าเราเปิดหูของเราให้ฟังเสียงต่างๆของโลกโดยมิได้รับการ กลั่นกรองให้ดีๆอย่างรอบคอบ ให้เราได้รู้จักปิดหูของเรา อย่าปล่อยให้หูของเราหลงใหลได้ปลื้มไปกับการฟังคำพูดต่างๆที่ไม่ดี อย่ามองดูว่าบาปของการปล่อยใจให้ฟังในคำพูดที่ไม่ดีไม่งามนั้น เป็นเรื่องเล็กๆหรือแค่เป็นบาปเบา แ ละคิดว่ามันไม่มีอำนาจที่จะฆ่าวิญญาณของเราได้ เพราะมีหลายๆโอกาสของความประมาทที่เราคิดว่าเล็กน้อย แต่ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่นในกรณีของอุบัติเหตุต่างๆ

          คำพูดเมื่อพูดออกไปแล้ว ก็ย่อมจะมีผลเหมือนการกระทำเช่นเดียวกัน ความคิดที่ชั่วร้าย ก็จะต้องถูกลงโทษเท่าๆกับการกระทำที่ชั่วร้าย การ มองดูที่ผิดศีลธรรม ก็มีค่าเท่ากับความอยากทำสิ่งชั่วร้าย การโกรธเคืองต่อเพื่อนพี่น้อง ก็เป็นเหมือนการฆ่าด้วยดาบ ความอิจฉาตาร้อน ทำให้จิต วิญญาณมีบาดแผลที่ทารุณเหมือนโดนคมดาบ และการกล่าหาคนอื่นอย่างเป็นเท็จ ก็จะเป็นการเตรียมขุดหลุมอเวจีไว้สำหรับฝังตนเอง ให้เราได้ หนีจากความคิดที่ไม่ดีต่างๆ แต่ให้เราสะสมความคิดที่ดีๆไว้อันจะเป็นเหมือนผลงานที่จะได้รับรางวัลจากพระเจ้าตามที่นักบุญเปาโลได้กล่าวไว้ว่า “...เมื่อนั้นทุกคนจะได้รับคำชมเชยจากพระเจ้าตามสมควร” (1คร 4: 5)

          เช่นเดียวกับที่ศัตรูของเรามีอาวุธที่จะใช้โจมตีเรา แต่เราก็มีอาวุธที่จะใช้สำหรับป้องกันตนเองเช่นกัน...ถ้าหากพระเจ้าฟาโรห์ไล่ตามจะเข่น ฆ่าเรา เราก็มีท้องทะเลที่จะจมพวกเขาให้สู่ก้นทะเล...ถ้ามีคนคอยดูหมิ่นเหยียดหยามเราเช่นยักษ์โกเลียธ เราก็มีพระผู้เหมือนกับกษัตริย์ดาวิดที่จะ กดเขาให้ได้รับความอับอาย...ถ้าหากปีศาจมารร้ายต้องการจะทำสงครามกับเราเช่นกษัตริย์เซนนาเคริบซึ่งเป็นทรราชย์ของบาบีโลน  เราก็จะสาม ารถเอาชนะได้ด้วยการนุ่งผ้ากระสอบและโปรยเถ้าบนศีรษะ...ถ้าหากมีผู้คนที่อยากเลียนแบบทรราชย์แห่งบาบีโลน เราก็มีผู้ชอบธรรมเฉกเช่นดาเนี ยลให้เราได้เลียนแบบ...ถ้าหากมีคนที่มีแต่ภูมิใจในตัวตนเองเช่นนาอามันชาวซีเรีย ก็จะมีคนที่ทำการถือศีลอดอาหารเฉกเช่นท่านประกาศกเอลีชาห์ซึ่งจะคอยกดเขาให้ต่ำลง


          * นักบุญเอเฟรม (306-373)...เป็นฤาษีเกิดที่เมืองนิสิบี (เมืองนูไซบินในประเทศซีเรียตะวันออกปัจจุบัน) นักบุญเอเฟรมเป็นอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งทางด้านคำสอนและชีวิตนักบวชเป็นผู้ให้การอบรมประชาชนและบรรดาฤาษีท่านได้เป็นผู้ปกป้องความเชื่อในพระคริสตเจ้าอย่างเข้มแข็งจากพวกเฮเรติ๊กในสมัยของท่านได้เป็นนักอธิบายพระคัมภีร์และเป็นนักเทศน์ทั้งยังได้ทำงานในด้านแพร่ธรรมในหมู่พวกคนต่างศาสนอีกด้วยอันทำให้ท่านได้รับสมญาว่าเป็น“พิณแห่งพระจิตเจ้า”

          เพราะโดยสายเลือดท่านเป็นนักประพันธ์อยู่ในตัวท่านได้ขับร้องข้อความเชื่อทั้งหมดของคริสตศาสนาเป็นเพลงสรรเสริญทั้งได้แต่งบทร้อยกรองสรรเสริญพระนางพรหมจารีมารีย์พระมารดาได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งอีกด้วยท่านเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดท่านหนึ่งของพระศาสนจักรและพระศาสนจักรซีเรียทุกวันนี้ก็ยังขับร้องบทเพลงต่างๆที่ท่านได้แต่งไว้ในพิธีกรรมเนื่องจากเทววิทยาของท่านได้สัตย์ซื่อต่อธรรมประเพณีของอัครธรรมทูตพระศาสนจักรจึงได้ยกย่องเคารพท่านให้เป็น“นักปราชญ์ของพระศาสนจักร”

หน้าหลัก