ทางคณะพระหฤทัยฯ ได้มีโอกาสต้อนรับ และแสดงความยินดีกับพระอัครสังฆราชฟรังซิส เซเวียร์  เกรียงศักดิ์  โกวิทวาณิช  โอกาสเข้ารับตำแหน่งประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2009  ที่ผ่านมา พิธีการเริ่มด้วยพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เวลา 17.00 น. การแสดงความยินดี และรับประทานอาหารร่วมกันด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นแบบครอบครัวพระหฤทัย

         ในระหว่างพิธิมิสซาบูชาขอบพระคุณ  คุณแม่เชลียง  เวชยันต์  มหาธิการิณี ได้กล่าวสุนทรพจน์คำนับพระคุณเจ้า และมีพิธีส่ง
ธรรมทูตซึ่งเป็นสมาชิกของคณะ  3 คน คือ

1.

ซิสเตอร์มารีอา จันทนา

สิริจันทนากูล

สัตบุรุษวัดอัสสัมชัญ

2.

ซิสเตอร์มารีอา วิไลลักษณ์

ชีวเรืองโรจน์

สัตบุรุษวัดลำไทร

3.

ซิสเตอร์อักแนส สุพัตรา

โสภณ

สัตบุรุษวัดสองพี่น้อง

         วันนี้จึงเป็นวันสำคัญยิ่ง  เป็นพระพรและความชื่นชมยินดีของคณะอีกครั้งหนึ่ง  ที่
พระเจ้าทรงเรียกและเลือกสมาชิกทั้ง 3 คน ให้เป็นธรรมทูตในประเทศกัมพูชา  นับเป็น
ธรรมฑูตรุ่นแรกของคณะ สมาชิกทั้ง 3 คน จึงเป็นดั่งทูตของพระหฤทัยเพื่อเผยแพร่ความรัก

ของพระเยซูเจ้าต่อมวลมนุษยชาติ(สมัชชา 2005 ข้อ 10) เป็นการเปิดมิติใหม่ในด้านการประกาศข่าวดีของคณะ
         และในช่วงสุดท้ายของมิสซา พระคุณเจ้ายังได้ให้ข้อคิดเตือนใจกับพวกเราลูกๆของท่านด้วยว่า
          
“ การส่งธรรมทูต  เป็นการท้าทายต่อกระแสเรียกในการติดตามพระ   เป็นการเปิด
มิติใหม่ เป็นการออกจากตัวเอง และมองไปข้างหน้าเพื่องานของพระเจ้า ท่านยังได้แบ่งปันอีกว่า  เมื่อท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นประมุขมิสซังนครสวรรค์  ท่านรู้สึกหนักใจมากและคิดว่า
จะต้องไปอยู่ตลอดชีวิต แต่แผนการของพระก็เปลี่ยนไป ซึ่งท่านก็น้อมรับด้วยความยินดี  เช่นเดียวกัน ธรรมทูตก็ต้องตอบรับกระแสเรียก และการท้าทายในต่างแดนที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
         แม้ในปัจจุบันนี้ เราอาจจะมีปัญหามากมาย แต่เมื่อเราไปในที่ใหม่ เราจะพบว่าปัญหาของคนอื่นมีเ ยอะแยะมากมาย   ปัญหาของเราจึงดูเล็กน้อยมาก  เราไม่มีเวลาสำหรับปัญหาของตนเองอีกแล้ว   เราจะเป็นอิสระมากขึ้นจากปัญหาของเราเอง  ในฐานะที่เราทำงาน
ร่วมกับพระศาสนจักร เราต้องลงลึกสู่ความเชื่อของเรา ให้ตัวเองกับพระเจ้าและพระศาสนจักรทั้งหมด เราจะมองในมุมมองใหม่ที่มีความหมายมากขึ้น ปรับเปลี่ยนทัศนคติและท่าทีของเราใหม่ ให้เป็นฟ้าใหม่และแผ่นดินใหม่ และขอให้เรามองไปไกลถึงแผนการของพระเจ้า เริ่มออกจากตัวเอง  และเป็นคนเพื่อผู้อื่น
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว   กระแสเรียกของคณะมีแน่นอน  เพราะเราได้หยิบยื่นความสุขให้คนอื่น
ทำให้คนอื่นปรารถนาจะเข้ามามอบชีวิตให้กับพระเจ้าเหมือนกับเรา
         วันนี้จึงเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดี เป็นอีกก้าวหนึ่งที่คณะได้ออกสู่นานาชาติ  เป็นประวัติศาสตร์ของคณะและของพระศาสนจักร  พระพรพิเศษนี้จะทำให้สมาชิกมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ขอให้เราร่วมมือร่ว มใจกันอย่างเต็มที่ในงานทุกมิติ อาศัยการทำงานของทุกคน ทั้งกาย วาจา ใจ”
         หลังจากนั้น  พวกเรายังได้รับการอวยพรจากพระอัครสังฆราชด้วย

กราบเรียน    พระพระอัครสังฆราชฟรังซิส เซเวียร์  เกรียงศักดิ์  โกวิทวาณิช
                   แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่เคารพ

         นับเป็นพระพรล้ำค่าแก่คณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระศาสนจักร อันประกอบด้วย พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช มวลพี่น้องสัตบุรุษ ร่วมชุมนุมกันด้วยใจหนึ่งเดียว ในบรรยากาศแห่งการสรรเสริญที่เปี่ยมด้วยความเชื่อ ในวโรกาสที่พระคุณเจ้าเข้ารับหน้าที่พระอัครสังฆราชแห่งกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา 
         อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นับเป็นพระศาสนจักรท้องถิ่นที่มีความสำคัญในทุกๆ ด้าน ทั้งต่อหน้าภาครัฐ องค์กร และศาสนาอื่นๆ ซึ่งพระเจ้าทรงมีความรักและพระทัยดีเสมอ โปรดให้อัครสังฆมณฑลแห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ผ่านการนำของพระอัครสังฆราชในแต่ละยุคแต่ละสมัย ที่มีความเหมาะสมในแต่ละกาลเวลา ณ วันนี้ ดิฉันจึงเชื่อว่าบนความสำคัญที่ซับซ้อนนี้ ทุกอย่างจะมุ่งสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสตเจ้า โดยอาศัยพระคุณเจ้าเป็นผู้นำ เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพของพระองค์   
         คณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ เป็นคณะนักบวชหญิงพื้นเมือง ที่อยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของประมุขอัครสังฆมณฑลฯ ถือกำเนิดขึ้นที่สามเสน เมือปี 1900 โดยคุณพ่ออาลอยส์ อัลฟอง ด็อนต์ พระสงฆ์ชาวเบลเยี่ยม คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส  เพื่อเป็นผู้ช่วยพระสงฆ์ในงานแพร่ธรรมตามวัด  สอนคำสอนเด็กหญิง และเลี้ยงดูเด็กกำพร้า  คณะก่อกำเนิดขึ้นด้วยชื่อ
“ภคินีรักกางเขน” ซึ่งเป็นชื่อของคณะมาจนถึงปี 1957 และกางเขน ยังเป็นแหล่งของจิตตารมณ์ของคณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน   ระหว่าง 50 กว่าปีแรกของการก่อตั้ง สมาชิกของคณะได้รับการอบรม และวางรากฐานอย่างดี ทั้งด้านการดำเนินชีวิตทั่วไป ด้านชีวิตนักบวช และการเป็นผู้แพร่ธรรมจากคุณแม่เซราฟิน เดอมารี  และบรรดาเซอร์คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ต ซึ่งผลัดเปลี่ยนกันมาอยู่กับพวกเรา ทั้งเพื่อให้การศึกษาอบรม และเป็นแบบอย่างด้วยชีวิต ร่วมทุกข์  ร่วมสุขกับพวกเรามาตั้งแต่แรก จนเราเริ่มเป็นปึกแผ่นและมั่นคง 
         ในช่วงเวลาเหล่านั้น คณะได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากมิสซังกรุงเทพฯ ผ่านทางประมุขมิสซังในแต่ละยุค และจิตตาธิการของอารามในแต่ละสมัย จนในที่สุด วันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.1957 พระสังฆราชหลุยส์ โชแรง ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในนามพระศาสนจักร รับรอง
“การตั้งเป็นทางการในมิสซังกรุงเทพฯ” พร้อมมอบนาม “คณะภคินีพระหฤทัยแห่งกรุงเทพฯ” รวมทั้งรับรอง “พระวินัยตามทางการของพระศาสนจักร” ให้แก่คณะ
         ด้วยพระพรแห่งการรับใช้ อันเป็นพระพรพิเศษของคณะ ภคินีอุทิศตนเป็นผู้ช่วยพระสงฆ์ในงานแพร่ธรรมด้านต่างๆของวัด เป็นต้นงานด้านการสอนคำสอน ด้านการศึกษา ด้านแม่บ้าน ด้านสังคมสงเคราะห์ผู้ยากจน และงานอื่นๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนจักร (ธว.4,6) โดยภคินียึดเอาดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าเป็นแหล่งพลังและแบบอย่างแห่งการดำเนินชีวิต (ธว. 5) จากวันนั้นถึงวันนี้ กว่าหนึ่งร้อยปี จากบ้านเล็กๆ ที่สามเสน คณะสามารถตอบสนองความต้องการของพระศาสนจักรประเทศไทยใน 4 สังฆมณฑล ได้แก่ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลนครสวรรค์  สังฆมณฑลราชบุรี และกำลังจะไปเปิดงานธรรมทูตในประเทศกัมพูชา สังฆมณฑลพนมเปญ ในปลายปีนี้
         นอกจากงานในการร่วมมือกับพระศาสนจักรท้องถิ่นแล้ว คณะยังทำงานด้านการศึกษาในโรงเรียนของคณะ 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โรงเรียนพระหฤทัยสวรรคโลก โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง โรงเรียนพระหฤทัยพัฒนเวศม์ และโรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี
สำหรับงานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เด็กยากจน คณะเปิดบ้านให้บริการแก่งานดังกล่าวใน 4 แห่ง คือ ที่บ้านพระหฤทัยดอนเมือง บ้านพระหฤทัยพัฒนเวศม์ บ้านพระหฤทัยสวรรคโลก บ้านสวนพระหฤทัย ลำปาง และประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ของราชการ เพื่อพัฒนาเยาวชนกลุ่มเสี่ยง (ยาเสพติด) ที่บ้านร่มเย็นคุณพุ่ม นครชัยศรีอีก 1 แห่ง
         นอกนั้นคณะยังรับผิดชอบงานสงเคราะห์ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่บ้านหทัยการุณย์ ฉะเชิงเทรา งานช่วยเหลือชุมชนแออัดอีก 1 แห่งที่เขตหนองแขม และงานอภิบาลเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ของสังฆมณฑลเชียงใหม่ 2 แห่ง คือที่บ้านนาซาแรธ เชียงใหม่และวัดแม่พระแห่งลูร์ด ลำปาง และในหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งคณะยังคงมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของพระศาสนจักรตามกำลังความสามารถต่อไป
         ปัจจุบัน คณะมีสมาชิกทั้งหมด จำนวน 170 คน

เป็นภคินีที่ตลอดชีพแล้ว

154

คน

ยุวภคินี

16

คน

นวกเณรี

2

คน

โปสตุลันต์

2

คน

เยาวนารีและแอสปีรันต์

51

คน

         พระคุณเจ้าที่เคารพ ในโอกาสที่พระคุณเจ้าได้รับการแต่งตั้งมาเป็นนายชุมพาบาลของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นี้ พวกลูกพร้อมใจกันด้วยความยินดีและจริงใจขอต้อนรับพระคุณเจ้า มาเป็นบิดา ผู้นำของพวกลูกในคณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ และพวกลูกพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกับพระคุณเจ้า ในการทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าได้สำเร็จไป การมาอยู่ท่ามกลางพวกลูกและถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ ร่วมกันในวันนี้ นอกจากจะนำความสุข ความยินดีของการประทับอยู่ของพระเจ้ามายังคณะฯแล้ว ยังเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของพระศาสนจักร ที่มีพระคุณเจ้าเป็นนายชุมพาบาล เป็นเครื่องหมายแห่งมิตรไมตรีอันดีงามที่มีต่อกัน ในฐานะผู้ร่วมงานของพระคริสตเจ้าอีกด้วย 
         วันนี้ เป็นวันแรกที่พระคุณเจ้ามาอยู่ท่ามกลางพวกลูก พระคุณเจ้าซึ่งเป็นผู้แทนของพระคริสตเจ้า ยังได้ส่งสมาชิกของคณะพระหฤทัยฯ 3 คนไปเป็นธรรมทูตที่ประเทศกัมพูชา นับเป็นพระพรพิเศษขององค์พระจิตเจ้า ที่ทรงเลือกสมาชิกของคณะไปทำงานเพื่อพระอาณาจักรของพระองค์ในต่างแดน เป็นการเปิดศักราชใหม่ของคณะภคินีพระหฤทัยในการช่วยงานแพร่ธรรมตามวัด ขอกราบขอบพระคุณพระคุณเจ้าในโอกาสนี้เป็นพิเศษ
         ขอพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าที่ถูกแทงบนกางเขน ได้หลั่งความรักและพลังอันไม่รู้จักเหือดแห้งให้กับพระคุณเจ้า ในภารกิจอันสำคัญยิ่งนี้ ขอให้คำสอนแห่งกางเขนของพระเจ้าได้นำพาอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สู่ความก้าวหน้าในความรักของพระองค์มากยิ่งๆ ขึ้น และตลอดไป

ด้วยความเคารพรักอย่างสูง
คณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ
21 ตุลาคม ค.ศ. 2009